ญี่ปุ่นไร้แพนด้าในประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี หลังจีนเรียกคืน "เสี่ยวเสี่ยว-เหล่ยเหล่ย" สองพี่น้องฝาแฝดขวัญใจชาวสวนสัตว์อูเอโนะกลับประเทศเร็วกว่ากำหนด ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมือง หลังนายกฯ ญี่ปุ่นเปรยอาจแทรกแซงประมวลกฎหมายกรณีไต้หวันถูกโจมตี ขณะที่ผลสำรวจชี้ชาวญี่ปุ่นกว่า 70% ไม่อยากให้รัฐบาลเจรจาเช่าแพนด้าตัวใหม่จากจีนอีก
บรรยากาศที่สวนสัตว์อูเอโนะในกรุงโตเกียวเต็มไปด้วยความเศร้าโศก เมื่อแฟนคลับชาวญี่ปุ่นนับร้อยคนมารวมตัวกันเพื่อส่งคำอำลาครั้งสุดท้ายแก่ "เสี่ยวเสี่ยว" และ "เหล่ยเหล่ย" ฝาแฝดแพนด้ายักษ์วัย 4 ปี ที่ถูกเคลื่อนย้ายโดยรถบรรทุกเพื่อเดินทางกลับประเทศจีนในวันนี้ (27 ม.ค.) ส่งผลให้ปัจจุบันประเทศญี่ปุ่นไม่มีหมีแพนด้าหลงเหลืออยู่เลยเป็นครั้งแรกในรอบครึ่งศตวรรษ
แฟนคลับจำนวนมากสวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับธีมแพนด้ามายืนเฝ้าตามท้องถนนเพื่อส่งรถบรรทุกที่เคลื่อนตัวออกจากสวนสัตว์ หลายคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ โดย "เนเนะ ฮาชิโนะ" หนึ่งในแฟนพันธุ์แท้เผยว่า "ฉันเฝ้าดูพวกเขามาตั้งแต่เกิด ความรู้สึกเหมือนลูกแท้ๆ กำลังจะจากไปไกล มันเศร้าจนบรรยายไม่ถูก" ขณะที่ก่อนหน้านี้สวนสัตว์ได้จัดพิธีอำลาเป็นพิเศษให้ผู้โชคดี 4,400 คนที่สุ่มได้รางวัลจากการลงทะเบียนออนไลน์มาเข้าชมเป็นครั้งสุดท้าย
การถูกเรียกคืนแพนด้าก่อนกำหนด จากสัญญาเดิมที่สิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ ถูกมองว่าเป็นผลมาจากประเด็นทางการทูตที่ร้อนระอุ หลังจากนายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทากาอิจิ ของญี่ปุ่น ระบุว่าญี่ปุ่นอาจเข้าแทรกแซงทางทหารหากเกิดการโจมตีไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจอย่างมากให้กับรัฐบาลจีน นอกจากนี้จีนยังได้เตือนพลเมืองตนเองไม่ให้มาเที่ยวญี่ปุ่น และเริ่มจำกัดการส่งออกแร่หายากที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าและขีปนาวุธของญี่ปุ่น รวมถึงล่าสุด กระทรวงต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์เตือนว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่มีความปลอดภัย และเรียกร้องให้พลเมืองจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังญี่ปุ่นในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงนี้.
...
แม้แพนด้าจะเป็นสัญลักษณ์ของ "ทูตสันถวไมตรี" ระหว่างสองประเทศมาตั้งแต่ปี 1972 แต่ผลสำรวจล่าสุดจากหนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน พบว่าชาวญี่ปุ่นถึง 70% เห็นว่ารัฐบาลไม่ควรเจรจาขอเช่าแพนด้าคู่ใหม่จากจีนในอนาคต โดยมีเพียง 26% เท่านั้นที่อยากให้มีแพนด้าอยู่ในญี่ปุ่นต่อไป
มาซากิ อิเอนางะ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคริสเตียนสตรีแห่งโตเกียว ระบุว่า การส่งคืนครั้งนี้อาจไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจทางการเมืองเพียงอย่างเดียว เพราะปกติจีนจะมีการหมุนเวียนแพนด้ากลับประเทศอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่า "จังหวะเวลา" ในการส่งมอบหรือเรียกคืนมักสอดคล้องกับสภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเสมอ แพนด้าไม่ได้เป็นแค่สัตว์แต่เป็น "เครื่องมือทางการทูต" ที่ทรงพลังและสามารถสร้างรายได้มหาศาลให้กับสวนสัตว์ที่ครอบครอง
สำหรับการเดินทางกลับครั้งนี้ "เสี่ยวเสี่ยว" และ "เหล่ยหเล่ย" จะไปสมทบกับ "ชินชิน" แม่ของพวกมันที่ถูกส่งกลับจีนไปก่อนหน้านี้ในปี 2024 เนื่องจากปัญหาสุขภาพ.
ที่มา AFP