ราคาทองคำสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ พุ่งเหนือระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นครั้งแรก หลังตลาดเผชิญความผันผวนอย่างหนักจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-นาโต กรณีเกาะกรีนแลนด์ และนโยบายภาษีสุดโต่งของ "โดนัลด์ ทรัมป์" ขณะที่เงินเฟ้อพุ่งและดอกเบี้ยขาลงเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ
ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งทะลุระดับ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 155,425 บาทต่อออนซ์เป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ นับเป็นการสานต่อการทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ราคาดีดตัวแรงกว่า 60% ในปี 2025 ที่ผ่านมา โดยนักลงทุนยังคงมองว่าทองคำเป็น "สินทรัพย์ปลอดภัย" ท่ามกลางวิกฤตความเชื่อมั่นทั่วโลก
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนราคาในครั้งนี้ มาจากความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรนาโต เกี่ยวกับกรณีเกาะกรีนแลนด์ ผสมโรงกับความกังวลในนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ล่าสุดได้ขู่จะรีดภาษีนำเข้าจากแคนาดาถึง 100% หากแคนาดาตัดสินใจทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน
ไม่เพียงแต่ทองคำเท่านั้น โลหะเงินก็สร้างสถิติพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปเมื่อวันศุกร์ (23 ม.ค.) หลังจากราคาพุ่งขึ้นเกือบ 150% ในปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความต้องการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่ใช่กระดาษของนักลงทุน
นอกจากประเด็นภูมิรัฐศาสตร์แล้ว ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ ภาวะเงินเฟ้อสูง ที่ยังคงสูงกว่าระดับปกติและค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนแอ ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลกแห่เข้าซื้อทองคำเพื่อสำรองในคลัง และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ นอกจากนั้น ความขัดแย้งในยูเครนและฉนวนกาซา รวมถึงกรณีสหรัฐฯ จับกุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยิ่งโหมไฟให้ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น
...
นายนิโคลัส แฟรพเพลล์ จาก ABC Refinery ให้ความเห็นว่า "ข้อดีที่สุดของการถือทองคำคือมันไม่ได้ผูกติดกับหนี้ของใครเหมือนพันธบัตรหรือหุ้น มันคือตัวกระจายความเสี่ยงที่ดีเยี่ยมในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน" ขณะที่นายอาหมัด อัสซีรี นักยุทธศาสตร์จาก Pepperstone เสริมว่า เมื่อผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลเริ่มไม่คุ้มค่าเนื่องจากดอกเบี้ยขาลง "ผู้คนจึงหันหน้าไปหาทองคำ"
นอกจากแรงซื้อจากนักลงทุนและธนาคารกลางแล้ว ความต้องการในเอเชียยังมีส่วนสำคัญ โดยเฉพาะในอินเดีย ซึ่งมอร์แกน สแตนลีย์ เผยว่าครัวเรือนชาวอินเดียถือครองทองคำรวมมูลค่าสูงถึง 3.8 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 88.8% ของจีดีพีประเทศ
ส่วนในประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก กำลังเข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือปีม้าที่กำลังมาจะถึงในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีความเชื่อว่าการซื้อทองคำจะนำมาซึ่งโชคลาภ ทำให้ความต้องการทองคำในช่วงนี้พุ่งสูงขึ้นเป็นพิเศษ.
ที่มา BBC