นายกรัฐมนตรีแคนาดายืนยัน ไม่ได้คิดเปิดการค้าเสรีกับจีน หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ตั้งกำแพงภาษี 100% หากทำข้อตกลงการค้ากับจีน
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค. 2569 นายกรัฐมนตรี มาร์ก คาร์นีย์ ของแคนาดากล่าวว่า ประเทศของเขาไม่มีความตั้งใจที่จะทำข้อตกลงการค้าเสรีกับจีน หลังก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่จะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากแคนาดาในอัตรา 100% หากแดนเมเปิลเดินหน้าทำข้อตกลงทางการค้ากับจีน
คาร์นีย์ระบุว่า ข้อตกลงที่เขาเพิ่งทำกับจีนไปนั้น เป็นเพียงการปรับลดภาษีศุลกากรในบางภาคส่วน ที่แคนาดาเรียกเก็บจากจีนไปก่อนหน้านี้เท่านั้น
ผู้นำแคนาดาบอกอีกว่า ภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างสหรัฐฯ เม็กซิโก และแคนาดา (USMCA) มีข้อผูกพันระบุไว้ว่า จะไม่ดำเนินการทำข้อตกลงการค้าเสรีกับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจที่ไม่มีระบบตลาด (Non-market economies) โดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้าได้
“เราไม่มีความตั้งใจที่จะทำเช่นนั้นกับจีนหรือประเทศเศรษฐกิจที่ไม่มีระบบตลาดอื่นๆ” คาร์นีย์กล่าว “สิ่งที่เราทำกับจีนคือการแก้ไขปัญหาบางอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาให้ถูกต้องเท่านั้น”
เมื่อปี 2567 แคนาดาดำเนินการตามสหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) จากจีนในอัตรา 100% รวมถึงภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมในอัตรา 25% ซึ่งทางจีนได้ตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีนำเข้าน้ำมันคาโนลาและกากคาโนลาจากแคนาดา 100% และเก็บภาษีเนื้อหมูและอาหารทะเล 25%
อย่างไรก็ตาม ในเดือนนี้ คาร์นีย์ดำเนินนโยบายต่างออกไปจากสหรัฐฯ โดยระหว่างเดินทางเยือนจีน เขาตัดสินใจปรับลดภาษีรถยนต์ไฟฟ้าจีนลง 100% เพื่อแลกกับการที่จีนยอมลดภาษีสินค้าเกษตรและประมงของแคนาดา
คาร์นีย์ระบุว่า ในระยะแรกจะมีการจำกัดจำนวนการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนสู่แคนาดาไว้ที่ 49,000 คันต่อปี โดยเสียภาษีในอัตรา 6.1% และจะเพิ่มโควตาเป็นประมาณ 70,000 คันภายในระยะเวลา 5 ปี
...
นอกจากนั้น นายคาร์นีย์ยังกล่าวว่าโควตานำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจีนในช่วงแรกคิดเป็นเพียงประมาณ 3% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด 1.8 ล้านคันต่อปีในแคนาดา และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน คาดว่าจีนจะเริ่มเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ของแคนาดาภายใน 3 ปี
ทั้งนี้ คำพูดล่าสุดของนายกฯ แคนาดาเกิดขึ้นหลังจาก เมื่อวันเสาร์ (24 ม.ค.) นายทรัมป์โพสต์ข้อความข่มขู่ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยระบุว่า หากคาร์นีย์ “คิดจะทำให้แคนาดาเป็น 'จุดกระจายสินค้า' ให้จีนส่งสินค้าและผลิตภัณฑ์เข้ามายังสหรัฐฯ ละก็ เขาคิดผิดอย่างมหันต์”
ขณะที่ สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวในรายการ This Week ของสถานีโทรทัศน์ ABC ว่า “เราจะปล่อยให้แคนาดากลายเป็นช่องทางที่จีนใช้ส่งสินค้าราคาถูกทะลักเข้ามายังสหรัฐฯ ไม่ได้”
“เรามีข้อตกลง USMCA อยู่ แต่จากพื้นฐานของข้อตกลงนั้น ซึ่งกำลังจะมีการเจรจาใหม่ในช่วงฤดูร้อนนี้ ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่านายกรัฐมนตรีคาร์นีย์กำลังทำอะไรอยู่ นอกจากพยายามสร้างภาพลักษณ์จอมปลอม ให้กับบรรดาเพื่อนกลุ่มโลกาภิวัตน์ของเขาที่งานดาวอส”
อนึ่ง คาร์นีย์ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของการเคลื่อนไหวที่ต้องการให้ประเทศต่างๆ หาทางเชื่อมโยงกันเพื่อคานอำนาจกับสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ โดยคาร์นีย์ได้กล่าวในงานประชุมสภาเศรษฐกิจโลกที่เมืองดาวอส ของสวิตเซอร์แลนด์ ว่า “กลุ่มประเทศมหาอำนาจกลางต้องร่วมมือกัน เพราะถ้าคุณไม่ได้นั่งอยู่ที่โต๊ะเจรจา คุณก็จะเป็นเพียงหนึ่งในรายการอาหารบนโต๊ะนั้น”
คาร์นีย์ยังกล่าวประณามการที่ประเทศมหาอำนาจ ใช้การบูรณาการทางเศรษฐกิจเป็นอาวุธ และใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือในการต่อรอง จนได้รับคำชื่นชมและความสนใจอย่างกว้างขวาง
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : the guardian