สหรัฐฯ เผยยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศฉบับใหม่ เล็งจำกัดขอบเขตการให้การสนับสนุนแก่ชาติพันธมิตร และให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงมาตุภูมิเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ภัยคุกคามจากจีนอีกต่อไป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เพนตากอน หรือ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เปิดเผยยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศฉบับใหม่ในวันเสาร์ที่ 24 ม.ค. 2569 และมีการปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ โดยสหรัฐฯ จะให้การสนับสนุนแก่พันธมิตรในรูปแบบที่ "จำกัดขอบเขตมากขึ้น"

ตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศฉบับล่าสุด กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จัดให้เรื่องความมั่นคงของมาตุภูมิและซีกโลกตะวันตกเป็นประเด็นหลักที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ไม่ใช่ภัยคุกคามจากประเทศจีนเหมือนฉบับก่อนๆ และระบุว่า ความสัมพันธ์กับจีนจะถูกขับเคลื่อนด้วย "ความเข้มแข็ง แต่ไม่ใช่การเผชิญหน้า"

ยุทธศาสตร์การป้องกันประเทศฉบับใหม่ความยาว 34 หน้านี้ ยังตอกย้ำข้อเรียกร้องล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งรวมถึงการขอให้ประเทศพันธมิตรเพิ่มการ "แบ่งเบาภาระ" ในการต่อต้านภัยคุกคามจากรัสเซียและเกาหลีเหนือให้มากขึ้นด้วย

สหรัฐฯ เรียกร้องให้พันธมิตรของอเมริกาต้องยกระดับตัวเองขึ้น โดยระบุว่าที่ผ่านมาบรรดาหุ้นส่วนต่าง "พึงพอใจ" ที่จะปล่อยให้วอชิงตันเป็นผู้อุดหนุนงบประมาณด้านการป้องกันประเทศของตน

อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ปฏิเสธว่าการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่สัญญาณว่าประเทศกำลังมุ่งหน้าไปสู่ "ลัทธิโดดเดี่ยว" (isolationism) “ในทางตรงกันข้าม มันหมายถึงแนวทางที่มุ่งเน้นและเป็นยุทธศาสตร์อย่างแท้จริงต่อภัยคุกคามที่ประเทศของเรากำลังเผชิญอยู่”

รายงานระบุอีกว่า วอชิงตันละเลยผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมของชาวอเมริกันมานานเกินไปแล้ว และสหรัฐฯ ไม่ต้องการนำผลประโยชน์ของอเมริกาไปปะปนกับผลประโยชน์ในพื้นที่ส่วนที่เหลือของโลก แล้วทำเหมือนกับว่าภัยคุกคามต่อบุคคลใดก็ตามในอีกซีกโลกหนึ่งนั้น จะมีความสำคัญเท่ากับภัยคุกคามต่อชาวอเมริกัน

...

ในทางกลับกันเหล่าพันธมิตร โดยเฉพาะยุโรป "จะต้องเป็นผู้นำในการเผชิญหน้ากับภัยคุกคามที่รุนแรงน้อยกว่าสำหรับสหรัฐฯ แต่รุนแรงมากกว่าสำหรับพวกเขา"

สหรัฐฯ ระบุอีกว่า การรุกรานยูเครนของรัสเซีย ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน เป็น ภัยคุกคามที่ยืดเยื้อแต่ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ สำหรับประเทศสมาชิกนาโต (NATO) ทางแถบตะวันออก ซึ่งสื่อถึงชาติยุโรป

นอกจากนี้ ยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศฉบับล่าสุดไม่มีการกล่าวถึงไต้หวัน แตกต่างจากยุทธศาสตร์ฉบับก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุว่าสหรัฐฯ มีเป้าหมายที่จะ "ขัดขวางไม่ให้ใครก็ตาม รวมถึงจีน สามารถเข้ามาครอบงำเราหรือพันธมิตรของเราได้"

ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังกำหนดบทบาทที่ "จำกัดมากขึ้น" สำหรับสหรัฐฯ ในการป้องปรามเกาหลีเหนือ โดยระบุเสริมว่า เกาหลีใต้คือรับผิดชอบหลักในภารกิจนี้

แผนยุทธศาสตร์ยังย้ำว่า เพนตากอนจะรับประกันว่า สหรัฐฯ จะเข้าถึงพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะคลองปานามา อ่าวอเมริกา และกรีนแลนด์ ทั้งในทางทหารและทางพาณิชย์

เอกสารระบุด้วยว่า แนวทางของรัฐบาลทรัมป์จะ "แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากยุทธศาสตร์ที่โอ้อวดเกินจริงของรัฐบาลชุดก่อน ๆ ในยุคหลังสงครามเย็น" และระบุเพิ่มเติมว่า: “เลิกเพ้อฝันกับอุดมคติแบบยูโทเปีย และหันมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงได้แล้ว"


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc