เกิดเหตุดินถล่มรุนแรงบนเกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย ดับอย่างน้อย 8 ราย ผู้สูญหายมากกว่า 80 คน หลังฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องถล่มพื้นที่ในเขตบันดุงตะวันตก
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นราวเวลา 02.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้ดินและโคลนจำนวนมหาศาลไหลถล่มทับพื้นที่อยู่อาศัยใน 2 หมู่บ้านของเขตบันดุงตะวันตก บ้านเรือนหลายหลังถูกฝังอยู่ใต้ดินโคลน
นาย อับดุล มูฮารี โฆษกของ BNPB ระบุว่าจนถึงเวลา 10.30 น. ของวันเดียวกัน มีรายงานว่าชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้รับการช่วยเหลือออกมาอย่างปลอดภัย ขณะที่ยังมีผู้สูญหายอย่างน้อย 82 คน อยู่ระหว่างการค้นหา
เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากหลายหน่วยงาน รวมถึงทหาร ตำรวจ และอาสาสมัคร ได้ระดมกำลังเข้าพื้นที่ทันทีหลังเกิดเหตุ เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากดินถล่ม แต่การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชัน และดินยังคงไม่มั่นคง เสี่ยงเกิดดินถล่มซ้ำ
ด้านหน่วยค้นหาและกู้ภัยท้องถิ่นระบุว่า ขณะนี้ใช้วิธีการ ขุดค้นด้วยแรงงานคน ฉีดพ่นดินด้วยเครื่องสูบน้ำ และใช้โดรนสำรวจพื้นที่จากอากาศ เพื่อเพิ่มโอกาสพบผู้สูญหาย
อินโดนีเซียเผชิญ น้ำท่วมและดินถล่มเป็นประจำในฤดูฝน ซึ่งมักเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม โดยช่วงปลายปีที่ผ่านมา ประเทศในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องเผชิญพายุโซนร้อนและมรสุมรุนแรง ส่งผลให้เกิดภัยพิบัติร้ายแรงตั้งแต่เกาะสุมาตรา ไปจนถึงพื้นที่สูงในศรีลังกา
ข้อมูลจากทางการระบุว่า อุทกภัยและดินถล่มในอินโดนีเซียช่วงปลายปีที่แล้ว คร่าชีวิตประชาชนราว 1,200 คน และทำให้มีผู้ต้องอพยพมากกว่า 240,000 คน บนเกาะสุมาตรา
นักอนุรักษ์และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมชี้ว่า การตัดไม้ทำลายป่า เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความรุนแรงของน้ำท่วมและดินถล่มเพิ่มขึ้น
...
รายงานจากโครงการ Nusantara Atlas ของ The TreeMap ระบุว่า อินโดนีเซียสูญเสีย ป่าปฐมภูมิกว่า 240,000 เฮกตาร์ในปี 2024 โดยอินโดนีเซียยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการสูญเสียป่าสูงที่สุดในโลก.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อินโดนีเซีย