โดนัลด์ ทรัมป์ เปิดตัว คณะกรรมการสันติภาพ ร่วมกับผู้นำจาก 19 ประเทศนอกรอบการประชุม WEF ที่เมืองดาวอส พร้อมกับเผยข้อมูลเกี่ยวกับแผนการสร้าง “นิว กาซา” ด้วย
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 ม.ค. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดตัว “คณะกรรมการสันติภาพ” (Board of Peace) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยพยายามนำเสนอภาพลักษณ์ของตนเองในฐานะผู้สร้างสันติภาพโลก แม้หลายฝ่ายจะกังขาต่อแผนการของเขา ซึ่งมีเป้าหมายในการรื้อระบบระเบียบโลกใหม่
เจ้าหน้าที่ของทรัมป์ยังได้เปิดเผยแผนการอันทะเยอทะยานในการสร้าง “นิว กาซา” (New Gaza) ระหว่างพิธีการนอกรอบการประชุมสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) โดยผู้นำสหรัฐฯ ได้กล่าวถึงดินแดนของปาเลสไตน์ที่พังพินาศจากการสู้รบว่าเป็น “อสังหาริมทรัพย์ที่ยอดเยี่ยม”
คณะกรรมการชุดนี้ถูกก่อตั้งขึ้นหลังจากนายทรัมป์ แสดงความไม่พอใจที่พลาดรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และกล่าวโจมตีองค์การสหประชาชาติ (UN) ว่า ล้มเหลวในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศมากมาย
“เอาละ นี่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก” ทรัมป์กล่าวในขณะที่มีผู้นำและเจ้าหน้าที่จาก 19 ประเทศอยู่ร่วมบนเวทีเพื่อลงนามในธรรมนูญก่อตั้งคณะกรรมการสันติภาพ ณ รีสอร์ตสกีในสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมระบุว่า “คณะกรรมการชุดนี้มีโอกาสที่จะเป็นหนึ่งในองค์กรที่มีความสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างมา”
อนึ่ง คณะกรรมการสันติภาพชุดนี้ซึ่งมีนายทรัมป์เป็นประธาน เดิมมีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลการพักรบในกาซาและการฟื้นฟูหลังสงครามระหว่างกลุ่มฮามาสและอิสราเอล แต่ต่อมาเป้าหมายได้เปลี่ยนไปเป็นการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศในทุกรูปแบบ จนเกิดความกังวลว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการสร้างองค์กรขึ้นมาเป็นคู่แข่งกับ UN
...
ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ส่งคำเชิญไปยังประเทศต่างๆ มากมายให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกคณะกรรมการชุดนี้ นายทรัมป์บอกอีกว่า ประเทศต่างๆ สามารถจ่ายเงินจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อแลกกับการเป็นสมาชิกถาวรของคณะกรรมการ ผู้นำสหรัฐฯ ยังเชิญ วลาดิเมียร์ ปูติน ที่กำลังมีปัญหากับยุโรปจากปมสงครามในยูเครนให้เข้าร่วมด้วย
พันธมิตรหลักของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงฝรั่งเศสและอังกฤษ ต่างแสดงความกังขาต่อการก่อตั้งคณะกรรมการสันติภาพนี้ โดยอังกฤษระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า จะไม่เข้าร่วมพิธีดังกล่าว ขณะที่นายทรัมป์บอกกับผู้นำโลกที่มารวมตัวกันในพิธีว่า คณะกรรมการของเขาจะทำงานร่วมกับสหประชาชาติ
ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของพิธีดังกล่าว ถูกใช้ไปกับการหารือแผนการในอนาคตสำหรับฉนวนกาซา ที่พังพินาศเพราะสงคราม โดยคณะบริหารกาซาชุดใหม่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง กล่าวผ่านข้อความวิดีโอว่า ด่านพรมแดนราฟาห์ระหว่างอียิปต์และฉนวนกาซาจะกลับมาเปิดใช้งานอีกครั้งทั้งสองทิศทางในสัปดาห์หน้า
จากนั้น จาเรด คุชเนอร์ ลูกเขยของทรัมป์ ซึ่งเป็นอดีตนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกัน นำเสนอสไลด์ที่เขาเรียกว่าเป็น “แผนแม่บท” (Master Plan) สำหรับการฟื้นฟูบูรณะ โดยในสไลด์ประกอบด้วยแผนที่ของการจัดตั้งนิคมแห่งใหม่ในฉนวนกาซา และภาพจำลองของโรงแรมและอพาร์ตเมนต์ริมทะเลที่หรูหราสวยงาม ภายใต้คำบรรยายว่า “นิว กาซา”
“ที่นี่สามารถเป็นความหวัง และสามารถเป็นจุดหมายปลายทางได้” คุชเนอร์กล่าว
อย่างไรก็ตาม นายทรัมป์ระบุว่า กลุ่มฮามาสต้องวางอาวุธตามข้อตกลงหยุดยิงเฟสถัดไป มิเช่นนั้นจะถือเป็นจุดจบของพวกเขา ผู้นำสหรัฐฯ เสริมอีกว่า ตนเองพร้อมที่จะ “พูดคุย” กับอิหร่านซึ่งเป็นศัตรูของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางด้วย
ทั้งนี้ ตัวแทนจาก 19 ประเทศที่ร่วมอยู่บนเวทีกับทรัมป์ ประกอบด้วยพันธมิตรใกล้ชิดสายประชานิยมอย่าง วิกตอร์ ออร์บาน ผู้นำฮังการี และ ฮาเวียร์ มิเลย์ ผู้นำอาร์เจนตินา รวมถึงเจ้าหน้าที่จากกลุ่มประเทศราชาธิปไตยในตะวันออกกลางหลายแห่งที่ต้องการจะผูกมิตรกับสหรัฐฯ แต่กลับไม่มีนาย เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล ที่เคยบอกว่าจะมาร่วมพิธี
ทรัมป์กล่าวติดตลกเกี่ยวกับผู้ร่วมเวทีว่า “โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาเป็นผู้นำที่เป็นที่นิยมมาก แต่ในบางกรณีก็อาจจะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเท่าไหร่นัก” ก่อนจะเสริมว่า “ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ”
ทรัมป์กล่าวอีกว่า เขาคาดหวังว่าจะมีประเทศเข้าร่วมประมาณ 50 ประเทศ แต่ขอบเขตสมาชิกภาพที่ชัดเจนทั้งหมดนั้นยังคงไม่แน่นอน ขณะที่ทางอียิปต์ระบุว่า ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซีซี ได้ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมของทรัมป์แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้อยู่บนเวทีเช่นกัน
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna