นักโบราณคดีพบรอยพิมพ์มือบนผนังถ้ำหินปูนที่เกาะมูนา อินโดนีเซีย อาจมีอายุถึง 67,800 ปี เก่าแก่กว่าที่เคยค้นพบในภูมิภาคเดียวกัน 


วันที่ 22 มกราคม 2569 สำนักข่าวอัลจาซีราห์ รายงานว่า นักโบราณคดีอินโดนีเซียและออสเตรเลียค้นพบศิลปะถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดในโลก บนเกาะมูนา จังหวัดสุลาเวสี ของอินโดนีเซีย หลังการวิเคราะห์พบว่ารอยพิมพ์มือบนผนังถ้ำหินปูนอาจมีอายุเก่าแก่ถึง 67,800 ปี นับเป็นศิลปะถ้ำที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมา

การค้นพบครั้งนี้ถูกเผยแพร่ผ่านงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร "เนเจอร์" (Nature) ระบุว่า เป็นภาพรอยมือสีออกน้ำตาลอ่อน เกิดจากการเป่าผงสีผ่านมือที่ทาบกับผนังถ้ำ ทำให้เกิดเป็นเงาโครงร่างของมือ โดยเป็นผลงานของมนุษย์ยุคดึกดำบรรพ์

ทางด้านนักโบราณคดีจากสำนักงานวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติอินโดนีเซีย  เปิดเผยว่า เขาเริ่มสำรวจหารอยพิมพ์มือในพื้นที่เกาะมูนามาตั้งแต่ปี 2558 และพบรอยมือนี้อยู่ใต้ภาพวาดยุคหลัง ซึ่งเป็นภาพคนขี่ม้าคู่กับไก่ ซึ่งในช่วงแรกยากที่จะโน้มน้าวเพื่อนนักวิจัยว่าร่องรอยเหล่านั้นคือมือมนุษย์ จนกระทั่งพบจุดที่มีลักษณะคล้ายนิ้วมืออย่างชัดเจน โดยบางนิ้วยังถูกแต่งให้ดูแหลมเป็นพิเศษ

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยกริฟฟิธ ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า รอยพิมพ์มือนี้มีลักษณะเฉพาะ เป็นรูปแบบศิลปะที่พบเฉพาะในสุลาเวสี และปลายนิ้วถูกตกแต่งอย่างตั้งใจให้ดูแหลม ซึ่งผู้สร้างภาพอาจไม่ได้ต้องการสื่อถึงมือเพียงอย่างเดียว แต่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์โบราณกับโลกของสัตว์

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ภูมิภาคอินโดนีเซีย ติมอร์ตะวันออก และออสเตรเลีย เป็นพื้นที่ที่พบหลักฐานอารยธรรมมนุษย์เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยชาวอะบอริจินในออสเตรเลียมีวัฒนธรรมต่อเนื่องยาวนานอย่างน้อย 60,000 ปี และล่าสุด แหล่งภาพสลักหินโบราณราว 1 ล้านชิ้น ที่มูรูจูกา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย ซึ่งอาจมีอายุถึง 50,000 ปี ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกแล้ว.

...

ที่มา Aljazeera