สหภาพยุโรประงับการให้สัตยาบันในข้อตกลงการค้าระหว่างพวกเขากับสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อตอบโต้โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ขู่ตั้งกำแพงภาษีระลอกใหม่จากความขัดแย้งเรื่องกรีนแลนด์

เมื่อวันพุธที่ 21 ม.ค. 2569 รัฐสภายุโรปตัดสินใจระงับการลงมติเพื่อให้สัตยาบันในข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปอย่างไม่มีกำหนด หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ที่จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์ และเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติมอีก 10% ต่อประเทศที่ต่อต้านความทะเยอทะยานของเขา

“ข้อตกลง EU-US ถูกระงับไว้อย่างไม่มีกำหนด!” แบร์นด์ ลางเกอ ประธานคณะกรรมการการค้าของสภายุโรป ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X

ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่านี่หมายถึงข้อตกลงการค้าทั้งหมดถูกยกเลิกไปเลย หรือหมายถึงส่วนที่มีผลบังคับใช้ไปแล้วจะยังคงดำเนินต่อไปเช่นนั้น โดยสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เนื้อหาส่วนใหญ่ของข้อตกลงมีผลบังคับใช้ไปแล้วก่อนที่จะมีการลงนามอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ข้อตกลงการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศตั้งกำแพงภาษีนำเข้าต่อประเทศคู่ค้าทั่วโลกเมื่อเดือนเมษายนปี 2568 โดยข้อตกลงดังกล่าวจะลดอัตราภาษีที่สหรัฐฯ เรียกเก็บลงจาก 30% เหลือ 15% แลกกับการที่ยุโรปจะลงทุนในสหรัฐฯ และปรับเปลี่ยนมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยกระตุ้นการส่งออกของสหรัฐฯ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ทรัมป์ขู่จะเก็บภาษีระลอกใหม่จากความขัดแย้งเรื่องเกาะกรีนแลนด์ นายแมนเฟรด เวเบอร์ สมาชิกรัฐสภายุโรปผู้ทรงอิทธิพลชาวเยอรมัน ก็ออกมากล่าวว่า “การอนุมัติ (ข้อตกลง) ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในระยะนี้”

สหภาพยุโรปเคยมีแผนการตอบโต้มาตรการภาษีของสหรัฐฯ โดยตั้งเป้าไปที่สินค้าจากอเมริกาคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 9.3 หมื่นล้านยูโร ในระหว่างที่ทั้งสองฝ่ายกำลังเจรจากัน แต่ในปัจจุบัน มาตรการยังคงถูกระงับการบังคับใช้

...

อย่างไรก็ตาม การพักมาตรการตอบโต้ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ซึ่งหมายความว่ามาตรการภาษีของสหภาพยุโรปจะมีผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ เว้นแต่ว่าทางกลุ่มจะตัดสินใจขยายเวลาออกไปหรือให้การอนุมัติข้อตกลงฉบับใหม่


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cnn