สหราชอาณาจักรอนุมัติให้จีนสร้างสถานทูตแห่งใหม่ในกรุงลอนดอนแล้ว หลังแผนชะงักมานาน 3 ปี จากความกังวลเรื่องการสอดแนม โดยจะเป็นสถานทูตจีนที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

เมื่อวันอังคารที่ 20 ม.ค. 2569 รัฐบาลสหราชอาณาจักรอนุมัติให้จีนดำเนินการสร้างสถานเอกอัครราชทูตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปในพื้นที่กรุงลอนดอนแล้ว โดยหวังว่าจะช่วยกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลปักกิ่ง แม้จะมีคำเตือนจากนักการเมืองทั้งในอังกฤษและสหรัฐฯ ว่าสถานที่แห่งนี้อาจถูกใช้เป็นฐานปฏิบัติการจารกรรมข้อมูล

สถานทูตดังกล่าวจะสร้างบนพื้นที่ของโรงกษาปณ์หลวงเดิม ซึ่งมีอายุกว่าสองศตวรรษใกล้กับหอคอยแห่งลอนดอน แต่แผนการหยุดชะงักมาตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เพราะมีเสียงคัดค้านอย่างรุนแรงจาก ชาวบ้านท้องถิ่น, สมาชิกรัฐสภา และกลุ่มนักรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในฮ่องกงที่พำนักอยู่ในอังกฤษ

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นก่อนที่ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร จะเดินทางเยือนจีน โดยคาดกันว่าจะเกิดขึ้นภายในเดือนนี้ ซึ่งจะทำให้เขาเป็นผู้นำอังกฤษคนแรกที่เดินทางเยือนจีน นับตั้งแต่ปี 2561 โดยเจ้าหน้าที่บางส่วนของทั้งอังกฤษและจีนระบุว่า การเดินทางเยือนครั้งนี้ขึ้นอยู่กับการอนุมัติโครงการสถานทูตดังกล่าว

แม้จะมีความกังวลด้านความมั่นคง แต่หน่วยข่าวกรองของอังกฤษซึ่งมีส่วนร่วมในกระบวนการอนุมัติ ระบุว่าภัยคุกคามใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นนั้นสามารถบรรเทาหรือป้องกันได้ โดยโฆษกประธานรัฐบาลกล่าวในแถลงการณ์ว่า “ความมั่นคงแห่งชาติคือหน้าที่ลำดับแรกของเรา”

อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่ยืดเยื้อมาหลายปีนี้อาจยังไม่สิ้นสุดลงง่ายๆ เนื่องจากผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ระบุว่าจะดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาล โดยให้เหตุผลว่าการตัดสินใจครั้งนี้อาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐของอังกฤษได้แอบให้คำมั่นสัญญาเป็นการส่วนตัวกับจีนว่าโครงการจะได้รับอนุมัติ ก่อนที่กระบวนการพิจารณาผังเมืองจะเสร็จสิ้นสมบูรณ์

...

ทั้งนี้ จีนซื้อที่ดินของโรงกษาปณ์หลวงเดิมของอังกฤษเมื่อปี 2561 ในราคา 255 ล้านปอนด์ (ราว 1 หมื่นล้านบาท ในอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน) และจีนตั้งใจที่จะสร้างสถานทูตแห่งใหม่ให้เป็นหนึ่งในฐานปฏิบัติการทางการทูตที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 55,000 ตารางเมตร ใหญ่กว่าอาคารสถานทูตจีนเดิมในลอนดอนเกือบ 10 เท่า

แต่คำขออนุญาตปลูกสร้างสถานทูตแห่งใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวถูกสภาท้องถิ่นปฏิเสธในปี 2565 จนกระทั่งปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ขอให้นายกฯ สตาร์เมอร์ เข้ามาแทรกแซงในเรื่องนี้

รัฐบาลอังกฤษได้เข้ามาดึงอำนาจการตัดสินใจเรื่องผังเมืองมาดูแลเองเมื่อปีที่แล้ว และมีการตั้งคณะไต่สวนขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน เพื่อรับฟังข้อโต้แย้งว่าควรจะอนุมัติการสร้างสถานทูตนี้หรือไม่

นักการเมืองบางส่วนในอังกฤษและสหรัฐฯ ระบุว่า ควรสั่งห้ามไม่ให้จีนก่อสร้างบนพื้นที่ใกล้กับย่านการเงินประวัติศาสตร์ของลอนดอน เนื่องจากอาจเปิดโอกาสให้รัฐบาลปักกิ่งดักฟังข้อมูลจากสายเคเบิลใยแก้วนำแสงของบริษัทการเงินต่างๆ ที่พาดผ่านอยู่ใต้ดินในบริเวณนั้น

ทางด้านพรรคอนุรักษ์นิยมซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ได้ออกมาประณามการตัดสินใจครั้งนี้ว่าเป็น “พฤติกรรมขี้ขลาดที่น่าอับอาย” จากรัฐบาลที่ “ไร้กระดูกสันหลังอย่างสิ้นเชิง”

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตจีนในลอนดอนได้ออกแถลงการณ์สั้นๆ เพียงประโยคเดียวว่า ทางสถานทูตได้รับทราบการตัดสินใจของรัฐบาลอังกฤษแล้ว


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna