นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ เตรียมประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นในวันที่ 23 ม.ค. นี้ พร้อมกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ หวังดึงคะแนนเสียงสนับสนุนยุทธศาสตร์ความมั่นคงและแผนเพิ่มงบประมาณกลาโหมครั้งใหญ่ ท่ามกลางบททดสอบสำคัญด้านวิกฤตค่าครองชีพ

นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศยุบสภาผู้แทนราษฎรในวันศุกร์ที่ 23 และกำหนดประกาศเลือกตั้งในวันที่ 27 ก่อนเปิดให้ประชาชนลงคะแนนเสียงในวันที่ 8 ของเดือนหน้า เพื่อขอฉันทานุมัติจากประชาชนต่อแผนเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐและยุทธศาสตร์ความมั่นคงฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเร่งการเสริมสร้างศักยภาพด้านกลาโหมของญี่ปุ่น

นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ให้เหตุผลว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยจะต้องเป็นผู้ตัดสินว่า ประเทศควรเดินหน้าอย่างไร และเธอเหมาะสมที่จะทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไปหรือไม่

ทาคาอิจิระบุว่า การยุบสภาเป็นการตัดสินใจที่หนักหน่วง แต่จำเป็น เพื่อไม่หลีกเลี่ยงปัญหา ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง และเพื่อกำหนด "ทิศทางของญี่ปุ่น" ร่วมกับประชาชน เนื่องจากนโยบายสำคัญหลายเรื่องที่กำลังจะถูกผลักดัน ไม่ได้อยู่ในนโยบายหาเสียงของการเลือกตั้งครั้งก่อน และจะเริ่มปรากฏอย่างเป็นรูปธรรมในงบประมาณปีงบประมาณ 2569 และร่างกฎหมายของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีกล่าวอย่างชัดเจนว่า เธอขอเอาตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นเดิมพันในการเลือกตั้งครั้งนี้ พร้อมขอให้ประชาชนตัดสินโดยตรงว่าจะมอบความไว้วางใจให้เธอบริหารประเทศต่อไปหรือไม่ โดยย้ำว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถือเป็น "การเลือกฝ่ายบริหาร" ทางอ้อม หากพรรคร่วมรัฐบาลคือพรรคเสรีประชาธิปไตยและพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น หรือ อิชิน สามารถครองเสียงข้างมากได้ เธอจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ แต่หากไม่สำเร็จ ประเทศอาจมีนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากฝ่ายค้าน

...

ในด้านเศรษฐกิจ ทาคาอิจิยืนยันว่า การยุบสภาจะไม่สร้างสุญญากาศทางนโยบาย รัฐบาลได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพิ่มเติมของปีนี้ และมาตรการรับมือค่าครองชีพที่สูงขึ้นกำลังทยอยดำเนินการอยู่ พร้อมเน้นว่านโยบายความมั่นคงด้านการดำรงชีวิตของประชาชนยังคงเดินหน้าต่อเนื่อง

ด้านการคลัง นายกรัฐมนตรีซานาเอะชี้ว่า งบประมาณปีใหม่สามารถควบคุมการออกพันธบัตรรัฐบาลใหม่ไว้ที่ 29.6 ล้านล้านเยน และลดการพึ่งพาหนี้สาธารณะลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลก สะท้อนแนวคิด "การคลังเชิงรุกอย่างมีความรับผิดชอบ" พร้อมยืนยันจะควบคุมการขยายตัวของหนี้ให้อยู่ในกรอบการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อรักษาความยั่งยืนทางการคลังและความเชื่อมั่นของตลาด

นอกจากนี้ เธอยังกล่าวถึงการปฏิรูประบบประกันสังคมอย่างยั่งยืน การจัดทำระบบเครดิตภาษีแบบมีเงินสนับสนุน รวมถึงประเด็นอ่อนไหวอย่างการแก้ไขกฎหมายราชวงศ์และรัฐธรรมนูญ โดยย้ำว่าการดำเนินนโยบายเหล่านี้จำเป็นต้องมีเสถียรภาพทางการเมืองและความไว้วางใจที่ชัดเจนจากประชาชน

สำหรับกำหนดการเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีระบุว่า จะประกาศรับสมัครผู้ชิงตำแหน่งในวันที่ 27 มกราคม และจัดการลงคะแนนเสียงในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พร้อมย้ำว่าการยุบสภาครั้งนี้เป็นการเผชิญหน้ากับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อขอคำตัดสินต่ออนาคตของประเทศและบทบาทผู้นำรัฐบาลอย่างไม่คลุมเครือ.

การเลือกตั้งครั้งนี้จะตัดสินที่นั่งทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร และถือเป็นบททดสอบทางการเมืองครั้งแรกของนางทาคาอิจิ นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

การยุบสภาและจัดเลือกตั้งก่อนกำหนด มีเป้าหมายเพื่อใช้จังหวะคะแนนนิยมที่ยังแข็งแกร่ง เสริมความเป็นเอกภาพภายในพรรคเสรีประชาธิปไตย และพยุงเสียงข้างมากที่เปราะบางของรัฐบาลผสมในสภา

อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญต่อทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเพิ่มงบประมาณในช่วงที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเป็นความกังวลอันดับหนึ่งของประชาชน ผลสำรวจของสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเคระบุว่า ร้อยละ 45 ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้นคือปัญหาหลัก รองลงมาคือการทูตและความมั่นคงแห่งชาติที่ร้อยละ 16

นักวิเคราะห์มองว่า ผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดชัดเจนว่าประชาชนญี่ปุ่นพร้อมสนับสนุนนโยบายใช้จ่ายที่สูงขึ้นและแนวทางด้านความมั่นคงที่เข้มข้นมากขึ้นของรัฐบาลทาคาอิจิหรือไม่ ในบริบทเศรษฐกิจที่ยังตึงตัวและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง.


ที่มา NHK  Reuters