อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์ว่า สหรัฐอเมริกากำลังดำเนินนโยบายอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายระหว่างประเทศ โดยมีความเชื่อชัดเจนว่าอำนาจและอิทธิพลของตนสำคัญกว่ากลไกพหุภาคีและบรรทัดฐานสากล คำกล่าวดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางบริบทความตึงเครียดระหว่างประเทศ รวมถึงกรณีสหรัฐฯ ปฏิบัติการต่อเวเนซุเอลา และคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรื่องการผนวกกรีนแลนด์
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับรายการ Today ของ BBC Radio 4 โดยระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ มีความเชื่ออย่างฝังรากลึกว่า "แนวทางแก้ปัญหาแบบพหุภาคีนั้นไม่มีความหมาย" และสิ่งที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญมากกว่าบรรทัดฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ คือการใช้อำนาจและอิทธิพลของตนเองเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์
คำวิจารณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด ทั้งกรณีที่สหรัฐฯ บุกโจมตีเวเนซุเอลาและควบคุมตัวประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร รวมถึงคำขู่ซ้ำๆ ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการผนวกดินแดนกรีนแลนด์ ซึ่งกูเตอร์เรสชี้ว่าหลักการพื้นฐานของยูเอ็นเรื่องความเท่าเทียมกันของรัฐสมาชิกกำลังถูกคุกคามอย่างหนัก
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมสมัชชาใหญ่เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามถึงการมีอยู่ของยูเอ็น พร้อมอ้างว่าตนเองเป็นผู้ยุติ "สงครามที่ไม่มีวันจบ" ถึง 7 แห่งด้วยตัวคนเดียว โดยที่ยูเอ็นไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยแม้แต่น้อย และทิ้งท้ายว่า "ในที่สุดผมก็ตระหนักได้ว่า ยูเอ็นไม่ได้มีไว้เพื่อเรา"
กูเตอร์เรสยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ายูเอ็นประสบความยากลำบากในการบังคับให้ประเทศสมาชิกปฏิบัติตามกฎบัตรและกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ในความเป็นจริงยูเอ็นไม่มี "อำนาจต่อรอง" เมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจ และตั้งคำถามว่าอำนาจนั้นถูกใช้เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนหรือเพียงแก้เฉพาะหน้า
...
พร้อมระบุถึงประเด็นสำคัญ เช่น วิกฤตการณ์ในกาซาที่ยูเอ็นถูกขัดขวางไม่ให้ส่งความช่วยเหลือ และอิสราเอลยังสนับสนุนให้ใช้บริษัทภายนอกทำงานแทนยูเอ็น จนนำไปสู่เหตุสลดที่มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตขณะรอรับอาหาร
ในประเด็นความไร้ประสิทธิภาพของคณะมนตรีความมั่นคง (ยูเอ็นเอสซี) กูเตอร์เรสชี้ว่ายูเอ็นเอสซีไม่ได้เป็นตัวแทนของโลกในปัจจุบันอีกต่อไป และการใช้สิทธิวีโต้ของสมาชิกถาวรทั้งห้า ได้แก่ สหรัฐฯ อังกฤษ ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน ถูกใช้เพื่อผลประโยชน์ส่วนตน จนทำให้การแก้ปัญหาสงครามในยูเครนและกาซาเป็นอัมพาต
เขายังเรียกร้องให้มีการปรับโครงสร้างสมาชิกถาวร โดยวิจารณ์ว่ามีประเทศยุโรปนั่งเป็นสมาชิกถาวรถึง 3 ประเทศ ซึ่งไม่สะท้อนเสียงของทั้งโลก และจำกัดการใช้วีโต้เพื่อลด "ทางตันที่ยอมรับไม่ได้"
เลขาฯ ยูเอ็น ทิ้งท้ายว่า โครงสร้างการแก้ปัญหาที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1945 ไม่สามารถแก้ปัญหาของปี 2026 ได้อีกต่อไป โลกกำลังเต็มไปด้วยความปั่นป่วน การละเมิดกฎหมายสากลอย่างหน้าไม่อาย และความไม่แน่นอน
"คนส่วนใหญ่อาจลังเลที่จะเผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ แต่ความจริงก็คือ หากเราไม่เผชิญหน้ากับผู้มีอำนาจ เราจะไม่มีวันสร้างโลกที่ดีกว่าเดิมได้" กูเตอร์เรสกล่าวทิ้งท้ายก่อนที่จะพ้นจากตำแหน่งในช่วงสิ้นปีนี้.
ที่มา BBC