เจ้าชายแฮร์รีเตรียมเสด็จกรุงลอนดอนในสัปดาห์นี้ เพื่อร่วมการพิจารณาคดีความกับกลุ่มสื่อสิ่งพิมพ์ชื่อดัง ผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ Daily Mail และ Mail on Sunday ในข้อหาละเมิดความเป็นส่วนตัวและรวบรวมข้อมูลอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งนับเป็น "ภารกิจสุดท้าย" ในมหากาพย์การต่อสู้กับสื่อที่ดำเนินมาอย่างยาวนานของพระองค์
การพิจารณาคดีครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลสูงในกรุงลอนดอน โดยมีกำหนดเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ (19 ม.ค.) และคาดว่าจะใช้เวลายาวนานถึง 9 สัปดาห์ เจ้าชายแฮร์รี ทรงเป็นโจทก์ร่วมกับคนดังอีกหลายราย อาทิ เอลตัน จอห์น ศิลปินระดับตำนาน, เดวิด เฟอร์นิช สามีของเขา, รวมถึงนักแสดงชื่อดังอย่าง เอลิซาเบธ เฮอร์ลีย์ และ ซาดี ฟรอสต์
กลุ่มผู้ร้องเรียนกล่าวหาว่า Associated Newspapers ผู้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์ Daily Mail และ Mail on Sunday ว่า ได้กระทำการหรือจ้างวานกิจกรรมที่ผิดกฎหมายหลายอย่าง ได้แก่การดักฟัง โดยการจ้างนักสืบเอกชนเพื่อติดตั้งอุปกรณ์ฟังเสียงภายในรถยนต์ รวมถึงการปลอมแปลงตัวตนโดยอ้างเป็นบุคคลอื่นเพื่อเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ที่สำคัญ และการลักลอบฟัง ด้วยการแอบเข้าถึงการสนทนาทางโทรศัพท์ส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มสื่อดังกล่าวได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาอย่างหนักแน่น โดยระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ "น่าเกลียดชัง" และ "ไร้สาระ"
ตามร่างกำหนดการของศาล เจ้าชายแฮร์รีจะทรงเข้าร่วมฟังการแถลงเปิดคดีในช่วง 3 วันแรก และมีกำหนดขึ้นให้การเป็นพยานตลอดทั้งวันในวันพฤหัสบดี ขณะที่เอลิซาเบธ เฮอร์ลีย์ จะขึ้นให้การในสัปดาห์ถัดไป และเอลตัน จอห์น มีกำหนดขึ้นให้การในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์
การเสด็จกลับอังกฤษครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก นับตั้งแต่พระองค์ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงในปี 2020 และย้ายไปพำนักที่รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ กับเมแกน พระชายา แม้ในการเสด็จเยือนครั้งก่อนเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา พระองค์จะมีโอกาสเข้าเฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 เพื่อเยียวยารอยร้าวในราชวงศ์ แต่สื่ออังกฤษระบุว่าในการเสด็จครั้งนี้ ยังไม่มีแผนที่จะได้เข้าเฝ้าพระราชบิดาแต่อย่างใด
...
เป็นที่ทราบกันดีว่าเจ้าชายแฮร์รีทรงโทษสื่อว่าเป็นต้นเหตุการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงไดอานา พระมารดา เมื่อปี 1997 จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ขณะถูกปาปารัสซีไล่ตามในกรุงปารีส ทำให้พระองค์ทรงถือเป็นภารกิจส่วนตัวที่จะทำให้สื่อต้องรับผิดชอบต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสม
คดีนี้นับเป็นคดีที่สามและคดีสุดท้าย หลังจากที่พระองค์เคยได้รับชัยชนะและค่าเสียหายมาแล้วจากคดีก่อนหน้า โดยศาลตัดสินให้พระองค์ชนะคดีในปี 2023 กับกลุ่มบริษัท Mirror Group Newspapers (MGN) หลังพบว่ามีการดักฟังโทรศัพท์จริง โดยได้รับค่าเสียหายกว่า 1.4 แสนปอนด์
ส่วนกลุ่มบริษัท News Group Newspapers (NGN) สื่อในเครือของนายรูเพิร์ต เมอร์ด็อก เพิ่งตกลงยอมความนอกศาลและจ่ายค่าเสียหายจำนวนมหาศาลให้แก่พระองค์เมื่อเดือนมกราคม 2025 ที่ผ่านมา พร้อมออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการต่อการล่วงละเมิดความเป็นส่วนตัวของพระองค์และเจ้าหญิงไดอานา
มาร์ค สตีเฟนส์ ทนายความด้านสื่อ ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีว่า คดีนี้มีความสำคัญมากกว่าแค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของ "ความรับผิดชอบของสื่อในอนาคต" โดยระบุว่า แม้เสรีภาพของสื่อจะเป็นสิ่งจำเป็น แต่เสรีภาพจากการถูกสอดแนมอย่างผิดกฎหมายก็สำคัญไม่แพ้กัน การพิจารณาคดีนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ในการตรวจสอบการทำงานของสื่อมวลชนทั่วโลก.