สถานการณ์การสื่อสารในอิหร่านเริ่มมีสัญญาณผ่อนคลาย หลังมีรายงานอินเทอร์เน็ตกลับมาใช้งานได้เป็นการจำกัดในบางช่วงเวลา ก่อนจะถูกตัดอีกครั้ง ท่ามกลางการจับตาขององค์กรสิทธิมนุษยชน 

กลุ่มติดตามอินเทอร์เน็ต NetBlocks รายงานเมื่อวันอาทิตย์ (18 ม.ค.) ว่า ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตในอิหร่านเพิ่มขึ้นชั่วคราว หลังรัฐบาลอนุญาตให้เข้าถึงบริการบางส่วน เช่น Google และแอปพลิเคชันส่งข้อความ แต่ยังอยู่ภายใต้การกรองอย่างเข้มงวด ก่อนที่สัญญาณจะถูกจำกัดลงอีกครั้งในเวลาต่อมา

การปิดอินเทอร์เน็ตเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรสิทธิมนุษยชน ที่ระบุว่าเป็นความพยายามของรัฐในการ ปิดกั้นข้อมูลข่าวสารและปกปิดการใช้ความรุนแรงของกองกำลังความมั่นคง ต่อผู้ชุมนุม

การประท้วงในอิหร่านปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม จากความไม่พอใจด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และการบริหารประเทศ ก่อนลุกลามเป็นการชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี และค่อย ๆ ซาลงหลังการปราบปรามอย่างรุนแรง ซึ่งองค์กรสิทธิเรียกว่าเป็นการสังหารหมู่

องค์กร Iran Human Rights (IHR) ซึ่งตั้งอยู่ในนอร์เวย์ ระบุว่า ได้ตรวจสอบยืนยันแล้วว่ามีผู้ประท้วง เสียชีวิตอย่างน้อย 3,428 คน จากข้อมูลโรงพยาบาล พยาน และแหล่งข่าวอิสระในประเทศ แต่เตือนว่ายอดจริงอาจสูงกว่านี้มาก

ขณะที่การประเมินจากหลายแหล่งชี้ว่า ยอดผู้เสียชีวิตอาจมากกว่า 5,000 คน และอาจสูงถึง 20,000 คน อย่างไรก็ตาม การปิดอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องทำให้ไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างอิสระ

ด้านสถานีโทรทัศน์ฝ่ายค้านนอกประเทศ Iran International อ้างแหล่งข่าวระดับสูงของรัฐบาลและหน่วยความมั่นคง ระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12,000 คน แต่ตัวเลขดังกล่าวถูกฝ่ายตุลาการอิหร่านปฏิเสธ

...

ความตึงเครียดทางการเมืองยิ่งทวีขึ้น หลังอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ว่าถึงเวลาที่อิหร่านควรมีผู้นำใหม่ พร้อมวิจารณ์ผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ว่าเป็นผู้นำที่ปล่อยให้มีการสังหารประชาชน

ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ออกโรงเตือนทันทีว่า การโจมตีหรือคุกคามผู้นำสูงสุด เท่ากับเป็นการประกาศสงครามกับประชาชนอิหร่านทั้งชาติ

แม้ทางการอิหร่านยืนยันว่าความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่ท้องถนนแล้ว และโรงเรียนกลับมาเปิดเรียนตามปกติ แต่ผู้สื่อข่าวเอเอฟพีรายงานว่ายังพบ กองกำลังรักษาความปลอดภัยพร้อมยานเกราะและรถจักรยานยนต์ลาดตระเวนในกรุงเตหะราน

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีเปเซชเคียนระบุว่า ได้เสนอให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ ยกเลิกข้อจำกัดการใช้อินเทอร์เน็ตโดยเร็วที่สุด โดยประชาชนบางส่วนรายงานว่าสามารถใช้ WhatsApp โทรออกต่างประเทศ และส่งข้อความได้อีกครั้งในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

ด้านฝ่ายตุลาการอิหร่านย้ำว่า ผู้ที่มีบทบาทในการปลุกระดมความรุนแรงอาจถูกดำเนินคดีฐานทำสงครามต่อพระเจ้า ซึ่งมีโทษถึงขั้นประหารชีวิต สร้างความกังวลอย่างหนักในหมู่ประชาคมโลก

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การขู่ใช้โทษประหารอาจเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการ ข่มขู่และยุติการประท้วง ท่ามกลางแรงกดดันจากนานาชาติที่ยังคงจับตาสถานการณ์อิหร่านอย่างใกล้ชิด.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน