รอยเตอร์สรายงานว่า ผู้เสียชีวิตในการประท้วงในอิหร่าน เพิ่มขึ้นจนถึง 5,000 ศพแล้ว ขณะที่ฝ่ายตุลาการของอิหร่านส่งสัญญาณว่าการประหารชีวิตอาจยังคงดำเนินต่อไป หลังทรัมป์บอกยุติแล้ว
สำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ม.ค. 2569 ว่า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของอิหร่านเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในการประท้วงใหญ่ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อปลายเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 5,000 ศพแล้ว โดยเป็นเจ้าหน้าที่ความมั่นคงประมาณ 500 นาย โดยเขากล่าวหาว่า ผู้ก่อการร้ายและกลุ่มผู้ก่อจลาจลติดอาวุธเป็นผู้สังหารชาวอิหร่านผู้บริสุทธิ์
การประท้วงทั่วประเทศดังกล่าว ปะทุขึ้นจากความไม่พอใจในปัญหาเศรษฐกิจ ก่อนจะขยายตัวเป็นวงกว้างตลอดช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการปกครอง จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่อย่างรุนแรง กลายเป็นเหตุความไม่สงบที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติอิสลามในอิหร่านเมื่อปี 2522
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ออกมาขู่หลายครั้งว่าจะเข้าแทรกแซง หากกลุ่มผู้ประท้วงยังคงถูกสังหารบนท้องถนนหรือถูกประหารชีวิต อย่างไรก็ตาม ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ขอบคุณผู้นำอิหร่าน อ้างว่ารัฐบาลนี้สั่งระงับการประหารชีวิตผู้คนตามที่มีกำหนดการเอาไว้ถึง 800 ราย
อย่างไรก็ตาม นาย อัสการ์ จาฮันกีร์ โฆษกฝ่ายตุลาการของอิหร่าน แถลงข่าวเมื่อวันอาทิตย์ส่งสัญญาณว่าการประหารชีวิตอาจยังคงดำเนินต่อไป
“การกระทำหลายประการถูกระบุว่าเป็นความผิดฐาน Mohareb (โมฮาเรบ) ซึ่งเป็นหนึ่งในบทลงโทษทางอิสลามที่รุนแรงที่สุด” นายจาฮันกีร์กล่าว อนึ่ง คำว่า Mohareb เป็นศัพท์กฎหมายอิสลามที่มีความหมายว่า “การทำสงครามกับพระเจ้า” ซึ่งตามกฎหมายของอิหร่านนั้นมีโทษสถานหนักถึงขั้นประหารชีวิต
...
ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันเสาร์ว่า ยอดผู้เสียชีวิตระหว่างการประท้วงใหญ่ในอิหร่านอยู่ที่ 3,308 ศพ และยังมีอีก 4,382 กรณีที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมระบุว่าสามารถยืนยันตัวเลขผู้ถูกจับกุมได้มากกว่า 24,000 ราย
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna