(ภาพจาก AP/THE INDONESIAN NATIONAL SEARCH AND RESCUE AGENCY)


เจ้าหน้าที่อินโดนีเซียพบซากเครื่องบินลาดตระเวนที่ขาดการติดต่อไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว โดยเบื้องต้นพบร่างผู้เสียชีวิต 1 ศพ แต่ยังไม่ทราบชะตากรรมของอีก 9 คนที่เหลือ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ค. 2569 ทางการอินโดนีเซียเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่พบซากเครื่องบินลาดตระเวนการประมง ที่สูญหายไปในจังหวัดสุลาเวสีใต้แล้ว โดยพบอยู่บริเวณลาดเขาที่มีหมอกปกคลุม และเจ้าหน้าที่กู้ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 1 ราย จากจำนวนผู้ที่อยู่บนเครื่องทั้งหมด 10 คน

เครื่องบินใบพัดรุ่น ATR 42-500 ซึ่งเป็นของกลุ่มบริษัทการบิน อินโดนีเซีย แอร์ ทรานสปอร์ต ได้ขาดการติดต่อกับหอควบคุมการจราจรทางอากาศเมื่อวันเสาร์ เวลาประมาณ 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น บริเวณเขตมารอส ในจังหวัดสุลาเวสีใต้ ขณะกำลังเดินทางจากเมืองยอกยาการ์ตาไปยังเมืองมากัสซาร์ เมืองเอกของจังหวัดสุลาเวสีใต้

เครื่องบินลำนี้ถูกเช่าเหมาลำโดยกระทรวงกิจการทางทะเลและประมงของอินโดนีเซียเพื่อปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนทางอากาศด้านการประมง โดยบนเครื่องมีลูกเรือ 7 คนและมีผู้โดยสาร 3 คน เป็นเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทั้งหมด

นายอันดี สุลต่าน เจ้าหน้าที่สำนักงานกู้ภัยจังหวัดสุลาเวสีใต้ เปิดเผยว่า เมื่อเช้าวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยท้องถิ่นพบซากเครื่องบินกระจายอยู่ในหลายจุดรอบภูเขาบูรูซาราอุง (Bulusaraung) ในเขตมารอส โดยภูเขาลูกดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของประเทศ ไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 1,500 กิโลเมตร

“ทีมค้นหาทางอากาศของเรามองเห็นเศษซากหน้าต่างเครื่องบินเมื่อเวลา 07.46 น.” นายสุลต่านกล่าว “และเมื่อเวลาประมาณ 07.49 น. เราได้พบชิ้นส่วนขนาดใหญ่ของอากาศยาน ซึ่งคาดว่าเป็นส่วนลำตัวของเครื่องบิน” โดยพบส่วนหางของเครื่องบินที่บริเวณตีนเขาด้วย

...

นายสุลต่านระบุว่า ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยไปยังจุดที่พบซากเครื่องบินแล้ว แต่ปฏิบัติการค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบากเนื่องจากหมอกหนาและสภาพภูมิประเทศที่เป็นภูเขา จนกระทั่งช่วงบ่ายวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ก็พบร่างผู้เสียชีวิต 1 รายในหุบเขา ห่างจากยอดเขาบูรูซาราอุงประมาณ 200 เมตร แต่ยังไม่ทราบชะตากรรมของอีก 9 คนที่เหลือ

ส่วนนายมูฮัมหมัด อารีฟ อันวาร์ หัวหน้าสำนักงานกู้ภัยจังหวัดสุลาเวสีใต้ กล่าวว่า หลังจากพบซากเครื่องบินแล้ว ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในขณะนี้คือการค้นหาผู้ประสบภัย โดยจะมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 1,200 นาย เพื่อออกค้นหาผู้สูญหาย

ด้านนายซูเรียนโต จาห์โยโน ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติของอินโดนีเซีย (KNKT) เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเครื่องบินได้พุ่งชนเข้ากับไหล่เขา โดยเป็นการชนประเภท “การบินชนภูมิประเทศโดยที่นักบินยังสามารถควบคุมเครื่องได้” ซึ่งหมายความว่านักบินยังคงควบคุมเครื่องบินได้อยู่และไม่ได้เจตนาพุ่งชน

แต่นายจาห์โยโนย้ำว่า ทีมสอบสวนยังไม่ได้สรุปสาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุในครั้งนี้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna