องค์การนาซาเคลื่อนย้ายจรวด SLS และยานอวกาศโอไรออน สู่ฐานปล่อยที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เตรียมพร้อมสำหรับภารกิจ "อาร์เทมิส 2" (Artemis 2) ส่งมนุษย์ไปโคจรรอบดวงจันทร์ครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปี ลุ้นทะยานเร็วสุด 6 กุมภาพันธ์นี้ หวังชิงความได้เปรียบเหนือจีนในการสำรวจอวกาศ

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ นาซา ได้เริ่มเคลื่อนย้ายจรวด สเปซ ลอนช์ ซิสเต็ม (Space Launch System หรือ SLS)  สีส้ม-ขาวขนาดมหึมา พร้อมยานอวกาศโอไรออน (Orion) ออกจากอาคารประกอบยาน ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา มุ่งหน้าสู่แท่นยิง 39B ซึ่งเป็นการเคลื่อนย้ายระยะทาง 6.5 กิโลเมตรที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดและกินเวลานานถึง 12 ชั่วโมง

การเคลื่อนย้ายครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทดสอบระบบขั้นสุดท้ายก่อนเริ่มภารกิจ "อาร์เทมิส 2" ซึ่งมีกำหนดการยิงจรวดเร็วที่สุดในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ โดยหากการทดสอบทุกอย่างเป็นไปตามแผน นักบินอวกาศชาวอเมริกัน 3 คน และชาวแคนาดา 1 คน จะออกเดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์เป็นเวลา 10 วัน แม้จะยังไม่มีการลงจอดบนพื้นผิว แต่ถือเป็นก้าวสำคัญตามเป้าหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการนำมนุษย์กลับไปเหยียบดวงจันทร์อีกครั้ง

ในวันเคลื่อนย้ายจรวด นักบินอวกาศทั้ง 4 ราย ได้แก่ รีด ไวส์แมน, วิคเตอร์ โกลเวอร์, คริสตินา คอค และ เจเรมี แฮนเซน ชาวแคนาดา ได้เดินทางมาดูจรวดด้วยตนเอง โดยแฮนเซนเผยว่ารู้สึกตื่นเต้นมาก และเชื่อว่านี่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่ามนุษย์สามารถทำสิ่งที่เหลือเชื่อให้เป็นไปได้

นาซากำลังเร่งมืออย่างเต็มที่หลังจากโครงการล่าช้ามานาน โดยการขยับเป้าหมายมาเป็นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ถูกมองว่าเป็นความต้องการของรัฐบาลทรัมป์ที่ต้องการเอาชนะจีนในการสำรวจอวกาศ ซึ่งปัจจุบันจีนมีแผนจะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ภายในปี 2030 และกำลังเตรียมส่งภารกิจไร้คนขับ "ฉางเอ๋อ 7" ไปสำรวจขั้วใต้ของดวงจันทร์ในปี 2026 นี้เช่นกัน

...

อย่างไรก็ตาม แม้อาร์เทมิส 2 จะคืบหน้าไปมาก แต่ภารกิจอาร์เทมิส 3 ซึ่งเป็นขั้นตอนการลงจอดบนดวงจันทร์ ที่วางแผนไว้ในปี 2027 อาจต้องถูกเลื่อนออกไป เนื่องจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่าบริษัทสเปซเอ็กซ์ ของ อีลอน มัสก์ ยังคงมีความล่าช้าในการพัฒนาจรวดสตาร์ชิป ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการนำนักบินลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์.


ที่มา BBC