ทางการจีนเตือนกัมพูชา ว่ากรณีการสูญหายของประชาชนชาวจีนฝีมือแก๊งสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา กระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

สถานทูตจีนประจำกัมพูชาระบุในวันเสาร์ (17 ม.ค.) ว่า เหตุการณ์ชาวจีนหายตัวไปในกลุ่มอาคารที่ทำธุรกิจหลอกลวงทางไซเบอร์ ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ถือเป็น “อุปสรรคสำคัญ” ต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่เป็นพันธมิตรกัน

แถลงการณ์ผ่านบัญชี WeChat ของสถานทูตระบุว่า เอกอัครราชทูต หวัง เหวินปิน ได้กระตุ้นให้รัฐบาลพนมเปญยกระดับการกวาดล้างอุตสาหกรรมผิดกฎหมายดังกล่าว ในระหว่างการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีระดับสูงของกัมพูชา

“จีนมีความกังวลอย่างยิ่งต่อกรณีที่พลเมืองจีนจำนวนหนึ่ง สูญหายหรือหายตัวไปในกัมพูชาเมื่อไม่นานมานี้” แถลงการณ์ระบุ และเสริมว่า กรณีที่เกิดความเสียหายต่อพลเมืองจีนส่วนใหญ่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ “ไม่สอดคล้องกับมิตรภาพดั้งเดิมที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างจีนและกัมพูชา”

ด้านรัฐบาลกัมพูชาระบุว่ากำลังดำเนินการกวาดล้างอุตสาหกรรมผิดกฎหมายนี้ ซึ่งใช้แรงงานผู้คนอย่างน้อย 100,000 คนในกัมพูชา ตามข้อมูลของสหประชาชาติ

ในช่วงแรก กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้เน้นเป้าหมายไปที่กลุ่มคนที่พูดภาษาจีนเป็นหลัก แต่ต่อมาได้ขยายปฏิบัติการออกไปในหลากหลายภาษา เพื่อขโมยเงินจากเหยื่อทั่วโลกเป็นจำนวนมหาศาลถึงหลายหมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

ผู้ที่ทำการหลอกลวงเหล่านี้ บางครั้งก็เป็นนักต้มตุ๋นที่สมัครใจทำเอง แต่ในบางกรณีก็เป็นชาวต่างชาติที่ตกเป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์ ซึ่งถูกหลอกมาติดกับและบังคับให้ทำงานภายใต้การข่มขู่ว่าจะใช้ความรุนแรง

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จีนได้ยกระดับการไล่ล่าตัวบุคคลสำคัญในอุตสาหกรรมการหลอกลวงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีในแผ่นดินของตนเอง ซึ่งกัมพูชาเพิ่งจับกุมตัวนาย เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีเชื้อสายจีนผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศ และส่งตัวไปจีนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน

...

สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ประมาณการว่า การหลอกลวงออนไลน์สร้างความเสียหายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2567 สูงถึง 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้านองค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ได้กล่าวหารัฐบาลกัมพูชาว่า “จงใจเพิกเฉย” ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่กระทำโดยแก๊งอาชญากรรมไซเบอร์เหล่านั้น


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna