ศาลกรุงโซลพิพากษาอดีตประธานาธิบดี "ยุน ซอกยอล" รับโทษจำคุก 5 ปี ฐานใช้อำนาจมิชอบและปลอมแปลงเอกสาร จากกรณีความพยายามประกาศกฎอัยการศึกที่ล้มเหลวเมื่อเดือนธันวาคม 2024 พร้อมจับตาคำพิพากษาคดี "ก่อการกบฏ" ที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตในเดือนกุมภาพันธ์

ศาลกรุงโซลมีคำพิพากษาในคดีแรกจากทั้งหมด 4 คดีที่เกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน ซอกยอล อดีตประธานาธิบดีที่ถูกถอดถอน โดยศาลตัดสินจำคุก 5 ปี ในความผิดฐานใช้อำนาจโดยมิชอบและปลอมแปลงเอกสารราชการ

ประเด็นสำคัญที่ศาลพิจารณาความผิดประกอบด้วยการขัดขวางการจับกุม ด้วยการใช้เจ้าหน้าที่อารักขาประธานาธิบดีเพื่อป้องกันไม่ให้ตนเองถูกจับกุม การประกาศกฎอัยการศึกโดยไม่ได้หารือกับคณะรัฐมนตรีทั้งหมดตามที่กฎหมายกำหนด และการปลอมแปลงเอกสาร โดยการจัดทำและทำลายเอกสารที่อ้างว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมให้การรับรองการประกาศกฎอัยการศึก

ด้านนายยุนปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยโต้แย้งว่าการออกหมายจับเขานั้นไม่ถูกต้องตามกฎหมายตั้งแต่ต้น และตามตัวบทกฎหมายไม่ได้บังคับว่าเขาต้องปรึกษาคณะรัฐมนตรีทุกคนก่อนใช้อำนาจฉุกเฉิน นอกจากนี้เขายังยืนยันว่าไม่มีความบกพร่องในเชิงขั้นตอนในการประกาศกฎอัยการศึกครั้งนั้น

อย่างไรก็ตาม อัยการระบุว่าการที่นายยุนไม่มีท่าทีสำนึกผิด เป็นเหตุผลสมควรที่จะต้องรับโทษหนักขึ้น โดยได้เสนอโทษจำคุก 10 ปีสำหรับชุดข้อหาการขัดขวางกระบวนการยุติธรรมและการใช้อำนาจมิชอบนี้

คำพิพากษาในวันนี้ถือเป็นสัญญาณสำคัญต่อคดีที่เหลือ โดยเฉพาะข้อหาที่รุนแรงที่สุดคือ "ก่อการกบฏต่อ" ซึ่งอัยการเรียกร้องให้ลงโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต โดยคาดว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีกบฏช่วงเดือนกุมภาพันธ์นี้

แม้การพยายามประกาศกฎอัยการศึกจะทำให้ประชาชนนับแสนออกมาประท้วงขับไล่จนนำไปสู่ชัยชนะของ "อี แจ-มยอง" ผู้นำฝ่ายค้านในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่ตัวเลขผลสำรวจเมื่อเดือนธันวาคมพบว่า ชาวเกาหลีใต้เกือบ 30% ยังไม่เชื่อว่าการกระทำของนายยุนเข้าข่ายการก่อกบฏ

...

ขณะที่บริเวณหน้าศาล ยังคงมีกลุ่มผู้สนับสนุนนายยุนประมาณ 100 คน มารวมตัวกันเพื่อแสดงพลังและมองว่าอดีตผู้นำของพวกเขาคือ "ผู้พลีชีพทางการเมือง" ท่ามกลางบรรยากาศการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด.


ที่มา BBC