สหรัฐฯ และไต้หวันลงนามข้อตกลงลดภาษีนำเหลือ 15% พร้อมมาตรการยกเว้นภาษีบางรายการ แลกกับการที่ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีของไต้หวันต้องอัดฉีดเงินลงทุนในสหรัฐฯ อย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ  หรือราว 7.84 ล้านล้านบาท เพื่อสร้างความมั่นคงทางซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์และ AI หวังลดการพึ่งพาจากภายนอกและสร้างฐานผลิตในประเทศให้พึ่งพาตนเองได้

กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ประกาศบรรลุข้อตกลงกับไต้หวันเพื่อปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากไต้หวันลงเหลือ 15% จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 20% ซึ่งเป็นอัตราภาษีแบบ "ต่างตอบแทน" ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้เพื่อแก้ปัญหาดุลการค้า

สาระสำคัญของข้อตกลงประกอบด้วย สินค้ากลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์, ไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์ไม้ จะถูกจำกัดภาษีไว้ที่ไม่เกิน 15% ขณะที่ยากลุ่ม Generic และทรัพยากรธรรมชาติบางประเภทจะได้รับการยกเว้นภาษีแบบต่างตอบแทนทั้งหมด

ภาคธุรกิจชิปและเทคโนโลยีของไต้หวันตกลงที่จะเข้ามาลงทุนโดยตรงในสหรัฐฯ อย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์ (ประมาณ 7.84 ล้านล้านบาท) เพื่อขยายกำลังการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงและระบบ AI

นอกจากนั้น รัฐบาลไต้หวันจะจัดเตรียมวงเงินค้ำประกันสินเชื่ออีกอย่างน้อย 2.5 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการไต้หวันในการขยายฐานการผลิตในอเมริกา

ฮาวเวิร์ด ลุตนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ กล่าวว่า เป้าหมายหลักคือการดึงซัพพลายเชนและการผลิตของไต้หวันกว่า 40% มาไว้ในแผ่นดินอเมริกา เพื่อให้สหรัฐฯ สามารถพึ่งพาตนเองได้ในด้านเทคโนโลยีชิป ซึ่งถือเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ของเศรษฐกิจโลก

นอกจากนี้ ลุตนิคยังระบุถึง TSMC ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งของโลก ว่าได้มีการกว้านซื้อที่ดินหลายร้อยเอเคอร์ติดกับโรงงานเดิมในรัฐแอริโซนา ซึ่งคาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของการขยายฐานการผลิตภายใต้ข้อตกลงนี้

...

นายกรัฐมนตรีโช จุงไถ่ ของไต้หวัน ยกย่องความสำเร็จของทีมเจรจาว่าเป็นการทำ "โฮมรัน" ที่ยอดเยี่ยม และเน้นย้ำว่าความคืบหน้าครั้งนี้ได้มาอย่างยากลำบาก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมอย่างผู้ผลิตเครื่องจักรกลมองว่า แม้การลดภาษีเหลือ 15% จะช่วยให้แข่งขันกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้ดีขึ้น แต่ด้วยอัตรากำไรที่ต่ำ ภาระภาษีที่เหลืออยู่ยังคงเป็นโจทย์ยากที่ผู้ซื้อในสหรัฐฯ อาจต้องแบกรับร่วมด้วย

ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวหาว่าไต้หวันขโมยอุตสาหกรรมชิปไปจากสหรัฐฯ ทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ต้องพยายามอย่างหนักในการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อรักษาความสัมพันธ์และเลี่ยงผลกระทบจากการตั้งกำแพงภาษี

ทั้งนี้ ในปี 2024 ไต้หวันได้เปรียบดุลการค้าสินค้ากับสหรัฐฯ สูงถึง 7.4 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยกว่าครึ่งหนึ่งเป็นสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งรวมถึงเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นหัวใจสำคัญของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ iPhone ไปจนถึงฮาร์ดแวร์ AI ของ Nvidia.


ที่มา AFP