นาง มารีอา โครีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านเวเนซุเอลา เดินทางเข้าพบ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว และเผยว่า เธอได้มอบเหรียญรางวัล โนเบล สาขาสันติภาพให้นายทรัมป์ไปแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางมารีอา โครีนา มาชาโด ผู้นำฝ่ายค้านของเวเนซุเอลา บอกกับผู้สื่อข่าวในวันพฤหัสบดีที่ 15 ม.ค. 2569 ว่า เธอได้มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของเธอให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระหว่างการเข้าพบเป็นการส่วนตัวที่ทำเนียบขาว แต่ไม่ได้ระบุว่านายทรัมป์ตอบรับรางวัลดังกล่าวหรือไม่

หลังจากออกจากทำเนียบขาว มาชาโดได้กล่าวกับกลุ่มผู้สนับสนุนที่รวมตัวกันอยู่บริเวณประตูทางด้านนอกเป็นภาษาสเปน ซึ่งสำนักข่าวเอพี (Associated Press) รายงานว่าเธอกล่าวว่า “เราสามารถไว้วางใจประธานาธิบดีทรัมป์ได้”

ต่อมามาชาโดได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวเป็นภาษาอังกฤษว่า “ฉันได้มอบเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา” พร้อมทั้งเรียกสิ่งนี้ว่าเป็น “การแสดงความยอมรับในความมุ่งมั่นอันโดดเด่นของเขาที่มีต่ออิสรภาพของเรา”

ในช่วงหลายสัปดาห์หลังจากกองกำลังสหรัฐฯ เข้าควบคุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ถึงในกรุงการากัส นายทรัมป์ปฏิเสธที่จะให้การรับรองนางมาชาโดในฐานะผู้นำคนใหม่ ทั้งที่เขาเคยชมนางมาชาโดว่าเป็น นักสู้เพื่อเสรีภาพ" หลังกลุ่มเคลื่อนไหวของเธออ้างชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2567 ที่มีการคัดค้านอย่างกว้างขวางก็ตาม

ในทางกลับกัน ทรัมป์เลือกที่จะเจรจากับ เดลซี โรดริเกซ อดีตรองประธานาธิบดีของมาดูโร ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดี และระบุว่า มาชาโดยังขาดแรงสนับสนุนภายในประเทศที่มากเพียงพอ

ทั้งนี้ นายทรัมป์มักจะกล่าวถึงความปรารถนาที่จะได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอยู่บ่อยครั้ง และเคยแสดงความไม่พอใจเมื่อรางวัลดังกล่าวถูกมอบให้แก่นางมาชาโด และเธอตัดสินใจตอบรับเกียรติยศนี้เมื่อปีที่แล้ว

...

เมื่อสัปดาห์ก่อน มาชาโดกล่าวว่าเธอจะแบ่งปันรางวัลนี้ร่วมกับทรัมป์ แต่คณะกรรมการโนเบลได้ชี้แจงในเวลาต่อมาว่ารางวัลนี้ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้กันได้

เมื่อถูกถามถึงปฏิกิริยาต่อคำกล่าวของมาชาโด คณะกรรมการได้แนะนำให้บีบีซีกลับไปดูแถลงการณ์ฉบับก่อนหน้าของพวกเขา โดยศูนย์โนเบลสาขาสันติภาพได้โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้นว่า “เหรียญรางวัลสามารถเปลี่ยนเจ้าของได้ แต่สถานะผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพนั้นไม่สามารถเปลี่ยนได้”

ในระหว่างการแถลง มาชาโดได้บรรยายถึงเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ที่ มาร์ควิส เดอ ลาฟาเยต (Marquis de Lafayette) ผู้ร่วมรบในสงครามปฏิวัติอเมริกา ได้มอบเหรียญที่มีรูปเหมือนของจอร์จ วอชิงตัน ให้แก่ ซิมอน โบลีวาร์ หนึ่งในบิดาผู้ก่อตั้งประเทศเวเนซุเอลายุคใหม่

มาชาโดกล่าวว่า ของขวัญชิ้นนั้นคือ “สัญลักษณ์แห่งภราดรภาพ” ระหว่างประเทศของเธอกับสหรัฐฯ “ในการต่อสู้เพื่ออิสรภาพจากระบอบเผด็จการ”

“และในรอบ 200 ปีของประวัติศาสตร์ ประชาชนของโบลีวาร์กำลังมอบเหรียญกลับคืนให้แก่ทายาทของวอชิงตัน ซึ่งในกรณีนี้คือเหรียญรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เพื่อเป็นการยอมรับในความมุ่งมั่นอันโดดเด่นของเขาที่มีต่ออิสรภาพของเรา”

อนึ่ง คาดกันว่า มาชาโดจะใช้เวลาในช่วงที่พบกับทรัมป์เพื่อพยายามโน้มน้าวให้เขาเห็นว่า การสนับสนุนรัฐบาลรักษาการของโรดรีเกซนั้นเป็นความผิดพลาด และกลุ่มพันธมิตรฝ่ายค้านของเธอต่างหากที่ควรเป็นผู้ดูแลช่วงเปลี่ยนผ่านนี้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc