ไต้หวันเผยสหรัฐอเมริกามีแผนขายอาวุธให้อีกหลายรายการ โดยมีข้อตกลงด้านอาวุธอย่างน้อย 4 แพ็กเกจที่ยังรอการแจ้งต่อสภาคองเกรสสหรัฐ หลังจากเดือนก่อนเพิ่งประกาศขายอาวุธมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
นายสวี ซือเจี้ยน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมไต้หวัน เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม ระหว่างให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในกรุงไทเป ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีประจำสัปดาห์ โดยระบุว่า สหรัฐยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักด้านความมั่นคงและเป็นผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญที่สุดของไต้หวัน แม้ทั้งสองฝ่ายจะไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการก็ตาม โดยขณะนี้มีข้อตกลงด้านอาวุธอย่างน้อย 4 แพ็กเกจที่ยังรอการแจ้งต่อสภาคองเกรสสหรัฐตามขั้นตอนทางกฎหมาย แต่ไม่สามารถให้รายละเอียดได้
นายสวี กล่าวย้ำว่า ไต้หวันจำเป็นต้องเพิ่มงบประมาณด้านการทหาร เนื่องจากภัยคุกคามที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังจากสหรัฐประกาศแพ็กเกจขายอาวุธมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเดือนที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นแพ็กเกจที่มีมูลค่าสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยังไม่ตอบคำถามสื่อในทันที เนื่องจากอยู่นอกเวลาทำการในกรุงวอชิงตัน
สำหรับข้อตกลงขายอาวุธที่ประกาศในเดือนธันวาคม ครอบคลุมอาวุธและยุทโธปกรณ์ 8 รายการ รวมถึงระบบยิงจรวดหลายลำกล้อง HIMARS ของบริษัทล็อกฮีด มาร์ติน และโดรนโจมตีแบบลอยวน Altius
ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤศจิกายน ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน ได้ประกาศแผนเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มเติมอีก 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปจนถึงปี 2033 เพื่อย้ำถึงความตั้งใจของไต้หวันในการป้องกันตนเอง ท่ามกลางภัยคุกคามจากจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
...
อย่างไรก็ตาม พรรคฝ่ายค้านของไต้หวัน ซึ่งครองเสียงข้างมากในรัฐสภา ยังไม่อนุญาตให้ร่างงบประมาณดังกล่าวเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยให้เหตุผลว่ายังขาดรายละเอียดที่ชัดเจน และต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โดยมีรายงานว่านายเวลลิงตัน คู รัฐมนตรีกลาโหมไต้หวัน มีกำหนดจะชี้แจงรายละเอียดต่อสมาชิกรัฐสภาเป็นการลับในวันจันทร์นี้
ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงจุดยืนสนับสนุนอย่างแข็งขันต่อแผนเพิ่มงบประมาณทางทหารของไต้หวัน เช่นเดียวกับที่สหรัฐผลักดันให้พันธมิตรในยุโรปเพิ่มการใช้จ่ายด้านกลาโหม
ทั้งนี้ รัฐบาลไต้หวันที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย ปฏิเสธการอ้างอธิปไตยของจีนเหนือไต้หวัน โดยย้ำว่า มีเพียงประชาชนชาวไต้หวันเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินอนาคตของตนเอง.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้หวัน