กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมาออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าคดีที่ประเทศแกมเบียยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กลุ่มน้อยชาวโรฮีนจานั้น เป็นคดีที่มีข้อบกพร่องและไม่มีมูลความจริง ทั้งในแง่ของข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย

ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เริ่มกระบวนการไต่สวนเป็นเวลา 3 สัปดาห์ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาพยานหลักฐานจากเหตุการณ์ที่กองทัพเมียนมาเข้ากวาดล้างครั้งใหญ่ในรัฐยะไข่เมื่อปี 2017 ซึ่งส่งผลให้ชาวโรฮีนจากว่า 7 แสนคนต้องลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ ท่ามกลางรายงานเรื่องการสังหารหมู่ การวางเพลิง และการล่วงละเมิดทางเพศอย่างรุนแรง

แถลงการณ์ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ของรัฐระบุว่า รัฐบาลเมียนมาซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2021 กำลังให้ความร่วมมือกับศาลด้วยความจริงใจเพื่อแสดงความเคารพต่อกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ขอให้ศาลพิจารณาคดีบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและตัวบทกฎหมายภายใต้อนุสัญญาว่าด้วยการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ เมียนมายังระบุว่ารายงานที่มีการเผยแพร่ออกไปนั้น "มีอคติและอ้างอิงพยานหลักฐานที่ไม่น่าเชื่อถือ" โดยในแถลงการณ์ไม่ได้เรียกชื่อชาว "โรฮีนจา" แต่ใช้คำว่า "บุคคลจากรัฐยะไข่" แทน พร้อมย้ำว่าปฏิบัติการของกองทัพเป็นการกระทำที่ชอบธรรมเพื่อกวาดล้างกลุ่มกบฏที่โจมตีเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจนเสียชีวิต

ทางด้านนายดอดา จัลโลว์ รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของแกมเบีย ได้แถลงต่อศาลในวันแรกว่าชาวโรฮีนจาตกเป็นเป้าหมายของการทำลายล้าง ขณะที่ทีมกฎหมายของเมียนมามีกำหนดการขึ้นแถลงตอบโต้ต่อศาลในวันศุกร์นี้

ปัจจุบัน มีผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจากว่า 1.17 ล้านคน ยังคงอาศัยอยู่อย่างแออัดในค่ายกักกันที่เมืองค็อกซ์บาซาร์ ประเทศบังกลาเทศ ทั้งนี้ แม้ศาลโลกจะไม่มีกลไกบังคับคดีโดยตรง แต่หากมีคำตัดสินว่าเมียนมามีความผิดจริง จะเป็นการสร้างแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศต่อเมียนมาอย่างมหาศาล ซึ่งกระบวนการตัดสินอาจใช้เวลานานหลายเดือนหรือหลายปี.

...


ที่มา AFP