ในปี 2568 ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตมากกว่าเด็กเกิดใหม่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 หวั่นส่งผลกระทบหลายด้านในระยะยาว
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 2569 ทางการฝรั่งเศสเปิดเผยว่า ในปี 2568 ฝรั่งเศสมีจำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นพัฒนาการที่ลดทอนความได้เปรียบทางประชากรศาสตร์ที่ฝรั่งเศสมีเหนือประเทศอื่น ๆ ในสหภาพยุโรปมาอย่างยาวนาน
สถาบันสถิติแห่งชาติ (INSEE) รายงานว่าในปีที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิต 651,000 ราย และมีเด็กเกิดใหม่ 645,000 ราย ซึ่งตัวเลขการเกิดนั้นลดฮวบลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิดทั่วโลก
โดยปกติแล้ว ฝรั่งเศสจะมีโครงสร้างประชากรที่แข็งแกร่งกว่าประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป แต่การก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและอัตราการเกิดที่ลดลง แสดงให้เห็นว่าฝรั่งเศสเองก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงวิกฤตทางประชากรที่กำลังสร้างภาระให้กับสถานะการเงินภาครัฐไปทั่วทั้งทวีปได้
INSEE ระบุว่า อัตราการเจริญพันธุ์ หรือ จำนวนบุตรโดยเฉลี่ยที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะมีตลอดช่วงวัยเจริญพันธุ์ ในฝรั่งเศสเมื่อปี 2568 ลดลงเหลือเพียงเด็ก 1.56 คนต่อสตรี 1 คน ต่ำที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 และต่ำกว่าระดับ 1.8 ที่สภาที่ปรึกษาด้านบำนาญเคยคาดการณ์ไว้เพื่อใช้ในการคำนวณงบประมาณกองทุนบำนาญอย่างมาก
เมื่อปี 2566 ซึ่งเป็นปีล่าสุดที่มีข้อมูลเปรียบเทียบในกลุ่มสหภาพยุโรป พบว่า ฝรั่งเศสเคยเป็นประเทศที่มีอัตราการเจริญพันธุ์สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของสหภาพยุโรป ที่ 1.65 ตามหลังเพียงประเทศบัลแกเรียที่มีอัตราอยู่ที่ 1.81
สำนักงานตรวจสอบเงินแผ่นดินของฝรั่งเศสออกมาเตือนเมื่อเดือนธันวาคมว่า การเปลี่ยนแปลงทางประชากรศาสตร์นี้จะผลักดันให้การใช้จ่ายภาครัฐพุ่งกลับไปสูงเท่ากับช่วงการแพร่ระบาดของโควิดในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็ทำให้ฐานรายได้จากภาษีลดน้อยลงด้วย
...
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะมากกว่าจำนวนการเกิด แต่ประชากรของฝรั่งเศสยังคงเติบโตขึ้นเล็กน้อยในปีที่ผ่านมา โดยขึ้นไปอยู่ที่ 69.1 ล้านคน เนื่องมาจากการย้ายถิ่นฐานสุทธิ ซึ่ง INSEE ประมาณการไว้ที่ 176,000 คน
ขณะเดียวกัน อายุขัยเฉลี่ยก็พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 85.9 ปีสำหรับผู้หญิง และ 80.3 ปีสำหรับผู้ชาย ในขณะที่สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นเป็น 22% ซึ่งเกือบจะเท่ากับสัดส่วนของประชากรที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : france24