เจ้าหน้าที่รัฐบาลอิหร่านเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในเหตุประท้วงรุนแรงซึ่งดำเนินมากว่า 2 สัปดาห์แล้วอาจสูงถึง 2,000 ศพ ในขณะที่กล่าวโทษผู้ก่อการร้ายเป็นต้นเหตุการเสียชีวิต

เมื่อวันอังคารที่ 13 ม.ค. 2569 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่อิหร่านรายหนึ่งว่า เหตุประท้วงรุนแรงที่แพร่กระจายไปทั่วประเทศตะวันออกกลางแห่งนี้ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วประมาณ 2,000 ศพ ท่ามกลางการปราบปรามการชุมนุมของรัฐบาล

เจ้าหน้าที่อิหร่านรายนี้ให้สัมภาษณ์กับ รอยเตอร์ส อ้างว่า “ผู้ก่อการร้าย” คือผู้อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของทั้งฝ่ายผู้ประท้วง และฝ่ายเจ้าหน้าที่ความมั่นคง โดยที่เขาไม่ได้เปิดเผยสัดส่วนของผู้เสียชีวิตแต่ละกลุ่ม

ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชน HRANA ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในสหรัฐฯ ระบุว่า จนถึงช่วงดึกของวันจันทร์ที่ผ่านมา มีผู้ถูกจับกุมตัวไปแล้ว 10,721 คน ขณะที่กลุ่มฝ่ายค้านนอกประเทศอิหร่านเชื่อว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงสูงกว่า 2,000 ศพมาก

เหตุการณ์ความไม่สงบซึ่งมีชนวนเหตุมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่นี้ ถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดของรัฐบาลอิหร่านในรอบ 3 ปี อีกทั้งยังเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ความกดดันจากนานาชาติกำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลังจากอิสราเอลกับสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่พวกเขาเมื่อปีก่อน

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศเมื่อเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า จะเก็บภาษีนำเข้า 25% สำหรับสินค้าจากประเทศใดก็ตามที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน ซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่าการใช้มาตรการทางทหารเพิ่มเติมเป็นหนึ่งในทางเลือกที่เขากำลังพิจารณา เพื่อลงโทษอิหร่านต่อกรณีการปราบปรามผู้ชุมนุม

...

ด้านรัฐบาลอิหร่านยังไม่มีการตอบโต้อย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการประกาศมาตรการภาษีของนายทรัมป์ แต่จีนออกมาโจมตีมาตรการดังกล่าวอย่างรวดเร็ว อนึ่ง อิหร่านส่งออกน้ำมันส่วนใหญ่ไปจีน นอกจากนั้นยังมีคู่ค้าสำคัญรายอื่นๆ อย่างเช่น ตุรกี, อิรัก, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และอินเดีย

ทั้งนี้ รัฐบาลอิหร่านพยายามรับมือการประท้วงแบบ 2 ทาง โดยยอมรับว่าการประท้วงเรื่องปัญหาเศรษฐกิจนั้นเป็นสิ่งที่ชอบธรรม ในขณะเดียวกันก็ใช้มาตรการปราบปรามอย่างรุนแรงควบคู่กันไปด้วย

“รัฐบาลมองว่าทั้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและผู้ประท้วงต่างก็เป็นลูกหลานของเรา เราได้พยายามและจะพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะรับฟังเสียงของพวกเขา แม้ว่าจะมีบางกลุ่มพยายามเข้ามาฉกฉวยผลประโยชน์จากการประท้วงดังกล่าวก็ตาม” ฟาเตเมห์ โมฮาเจรานี โฆษกรัฐบาลกล่าวเมื่อวันอังคาร

ทางการอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ และอิสราเอลว่า เป็นผู้กระตุ้นให้เกิดความไม่สงบ ร่วมกับกลุ่มบุคคลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ซึ่งทางการเรียกว่า “ผู้ก่อการร้าย” และระบุว่าคนกลุ่มนี้ได้เข้ามายึดการประท้วงเป็นเครื่องมือ


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna