กระทรวงวัฒนธรรมกัมพูชา เปิดเผยรายงานประเมินความเสียหาย ปราสาทพระวิหารและพื้นที่รอบ ยื่นต่อองค์การยูเนสโก และองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อเรียกร้องความคุ้มครองเร่งด่วน
วันที่ 13 มกราคม 2568 กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมแห่งกัมพูชา ออกแถลงการณ์เปิดเผยรายละเอียดความเสียหายของ ปราสาทพระวิหาร และพื้นที่โดยรอบ ซึ่งกัมพูชาอ้างว่าเกิดจากการโจมตีด้วยปืนใหญ่ของกองทัพไทย ในช่วงวันที่ 24–28 กรกฎาคม และ 7–27 ธันวาคม 2568 โดยส่งรายงานการประเมินความเสียหายไปยังองค์การยูเนสโก คณะกรรมการมรดกโลก ตลอดจนประเทศสมาชิก ICC–Preah Vihear และประชาคมระหว่างประเทศ เพื่อรับทราบสถานการณ์
รายงานของกัมพูชาระบุว่า พบจุดเสียหายภายในเขตปราสาทพระวิหาร 142 จุด และพื้นที่โดยรอบอีก 42 จุด รวมถึงวัดแก้วศิขาคีรีสวาระ โครงสร้างสาธารณูปโภค และอาคารสำนักงานอนุรักษ์ขององค์การบริหารปราสาทพระวิหารแห่งชาติ อันเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2568 นอกจากนี้ ชุมชนรอบพื้นที่ได้รับความเสียหายอีก 60 จุด ส่งผลให้ประชาชน 14,832 คน ต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย โดยมีการบันทึกความเสียหายอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ส่วนความเสียหายในช่วงวันที่ 7–27 ธันวาคม กระทรวงระบุว่ารุนแรงกว่าครั้งแรกอย่างมาก จากหลักฐานภาพถ่ายและวิดีโอที่รวบรวมเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พบว่า โครงสร้างสถาปัตยกรรมหลักของปราสาท ตั้งแต่โคปุระ ทางเชื่อมทั้งหมด และบันไดโบราณด้านเหนือ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก กัมพูชาอ้างว่าเป็นผลจากการยิงปืนใหญ่ซ้ำหลายครั้ง รวมถึงการโจมตีทางอากาศด้วยโดรน และเครื่องบินรบ ซึ่งพุ่งเป้าไปยังพื้นที่มรดกโลกโดยตรง
พร้อมกันนี้ กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปกรรมกัมพูชา เรียกร้องให้องค์กรระหว่างประเทศและประชาคมโลก สนับสนุนมาตรการเร่งด่วนเพื่อปกป้องปราสาทพระวิหารจากการโจมตีเพิ่มเติม สนับสนุนการอนุรักษ์ฉุกเฉิน และการบูรณะฟื้นฟู พร้อมย้ำให้ทุกฝ่ายเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงอนุสัญญาเฮก 1954 ว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางวัฒนธรรมในยามสงคราม และพิธีสารปี1999 ซึ่งกำหนดให้รัฐภาคีต้องคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมที่มีคุณค่าโดดเด่นระดับโลก.
...
ที่มา Freshnews