ทางการเวเนซุเอลาประกาศปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพิ่มอีกนับร้อยคน ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ขณะที่ฝ่ายค้านกับกลุ่มสิทธิอ้างว่า ตัวเลขที่รัฐบาลบอกสูงกว่าความเป็นจริง

เมื่อวันจันทร์ที่ 12 ม.ค. 2569 ทางการเวเนซุเอลาออกมาเปิดเผยว่า พวกเขาดำเนินการปล่อยตัวนักโทษการเมืองเพิ่มอีก 116 คน ท่ามกลางแรงกดดันจากสหรัฐฯ ซึ่งส่งทหารบุกจับตัวอดีตประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ถึงในกรุงการากัสเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา

แต่ฝ่ายค้านและกลุ่มสิทธิมนุษยชนอ้างว่า จำนวนนักโทษการเมืองที่ได้รับการปล่อยตัวจริง ต่ำกว่าจำนวนที่รัฐบาลเปิดเผย โดยผลจากการนับจำนวนขององค์กรเอ็นจีโอหลายแห่งชี้ว่า มีผู้ได้รับการปล่อยตัวเพียงประมาณ 50 ราย นับตั้งแต่พฤหัสบดีที่ผ่านมา

รัฐบาลเวเนซุเอลาระบุเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า จะปล่อยตัวผู้ที่ถูกจำคุกในสมัยของมาดูโร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เข้าร่วมการประท้วงหลังจากการเลือกตั้งในปี 2567 ซึ่งถูกครหาว่าเต็มไปด้วยการทุจริต

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา บรรดาญาติพี่น้องของผู้ถูกคุมขังต่างไปปักหลักรออยู่ที่หน้าเรือนจำหลายแห่งในเวเนซุเอลา และเริ่มมีความกระวนกระวายใจมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนที่พวกเขาเฝ้ารอยังไม่ได้รับการปล่อยตัว

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงความยินดีกับการปล่อยตัวนักโทษชุดแรก และกล่าวว่าเขาหวังว่าเหล่านักโทษที่ได้รับอิสรภาพ “จะจดจำได้ว่าพวกเขาโชคดีเพียงใดที่สหรัฐฯ ยื่นมือเข้ามาและทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำ”

อนึ่ง กลุ่มสิทธิมนุษยชนประเมินว่า ยังคงมีนักโทษการเมืองถูกคุมขังอยู่ในเวเนซุเอลาอีกประมาณ 800 ถึง 1,200 ราย

ทั้งนี้ นาง เดลซี โรดริเกซ ประธานาธิบดีรักษาการของเวเนซุเอลา กำลังอยู่ระหว่างการเจรจาหลายด้านกับวอชิงตัน แม้ว่าเธอจะเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นของนายมาดูโรก็ตาม ขณะที่ทางสหรัฐฯ ก็กำลังมองหาช่องทางแสวงหาประโยชน์จากปริมาณน้ำมันสำรองมหาศาลของเวเนซุเอลา

...

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวว่าเขาเปิดกว้างสำหรับการพบปะกับนางโรดริเกซ และระบุว่ารัฐบาลของเขากำลังประสานงานกับรัฐบาลของเธอได้ “ดีมาก”

คณะทูตของสหรัฐฯ เพิ่งเดินทางเยือนกรุงการากัสเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (9 ม.ค.) เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่เวเนซุเอลาเรื่องการกลับมาเปิดสถานเอกอัครราชทูตเวเนซุเอลาในกรุงวอชิงตันอีกครั้ง หลังจากทั้ง 2 ประเทศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตไปนานถึง 7 ปี


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna