เหตุไฟป่าในภาคตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียยังคงรุนแรง เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ บ้านเรือนถูกทำลายนับร้อยหลัง ขณะที่ทางการเตือนว่า ไฟอาจลุกไหม้ไปอีกหลายสัปดาห์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 ม.ค. 2569 ว่า เหตุไฟป่ารุนแรงหลายสิบจุดในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งลุกไหม้มานานหลายวันแล้ว ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ศพ ขณะที่บ้านเรือนถูกทำลายอีกกว่า 300 หลัง
ไฟป่าส่วนใหญ่อยู่ในรัฐวิกตอเรีย และบางส่วนในรัฐนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งได้เผาไหม้พื้นที่กินอาณาบริเวณกว้างเกือบสองเท่าของขนาดพื้นที่เกรเทอร์ลอนดอน
รัฐวิกตอเรียประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่นักผจญเพลิงหลายพันคนและเครื่องบินมากกว่า 70 ลำกำลังเร่งต่อสู้กับเปลวเพลิง นอกจากนี้ ผู้อยู่อาศัยในชุมชนมากกว่าสิบแห่งได้รับคำแนะนำให้ละทิ้งที่อยู่อาศัยเพื่อความปลอดภัย
ทางการออสเตรเลียกังวลว่า ไฟป่าในครั้งนี้ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด แห้งแล้ง และกระแสลมแรง อาจจะยังคงเผาไหม้ต่อเนื่องไปอีกนานหลายสัปดาห์
นางจาซินตา อัลลัน หัวหน้ารัฐบาลรัฐวิกตอเรียเปิดเผยว่า จนถึงตอนนี้มีไฟป่าที่ยังคงลุกไหม้อยู่ 30 จุดทั่วรัฐ โดยมี 10 จุดที่น่ากังวลเป็นพิเศษ โดยไฟเผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 350,000 เฮกตาร์ (ราว 2.187 ล้านไร่) นับจนถึงเวลา 8.00 น. วันอาทิตย์ (10 ม.ค.)
“เราจะยังคงเห็นไฟป่าเกิดขึ้นทั่วรัฐต่อไปอีกระยะหนึ่ง และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงยังห่างไกลจากจุดที่เลวร้ายที่สุดของเหตุการณ์นี้อีกมาก” นางอัลลันบอกกับสื่อออสเตรเลีย “ขณะนี้ยังมีไฟป่าที่ยังคงลุกไหม้อยู่และกำลังคุกคามบ้านเรือนรวมถึงทรัพย์สินต่าง ๆ”
ด้านตำรวจเผยว่า พบร่างผู้เสียชีวิตในหมู่บ้านโกเบอร์ (Gobur) ใกล้กับเมืองลองวูด (Longwood) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเมลเบิร์น เมืองหลวงของรัฐไปทางเหนือประมาณ 110 กิโลเมตร โดยขณะนี้ยังไม่สามารถระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตได้
...
ควันจากไฟป่ากำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในหลายพื้นที่ทั่วรัฐวิกตอเรีย รวมถึงในเขตปริมณฑลของเมลเบิร์นด้วย
หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือเมืองเล็กๆ ที่ชื่อว่า ฮาร์คอร์ต (Harcourt) บริเวณที่ราบสูงภาคกลางของรัฐวิกตอเรีย โดย ไทโรน ไรซ์ หนึ่งในนักผจญเพลิงต้องสูญเสียบ้านของตัวเองไปในกองเพลิง ซึ่งเขามารู้ข่าวว่าบ้านกำลังถูกไฟไหม้ในขณะที่เขากำลังออกไปปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าอีกจุดหนึ่งอยู่
เขาบอกกับสื่อออสเตรเลียว่า ความรู้สึกนั้น “เหมือนถูกเตะเข้าที่หน้าท้องอย่างจัง แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเจอเรื่องแบบนี้ และผมก็คงไม่ใช่คนสุดท้ายเช่นกัน”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc