ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ออกโรงโจมตีผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ระบุเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบ ที่พยายามเอาใจประธานาธิบดีสหรัฐ ท่ามกลางการประท้วงที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 13 และใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี วัย 86 ปี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แถลงผ่านโทรทัศน์ของรัฐอย่างแข็งกร้าว ประณามผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ว่าเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบที่พยายามเอาใจประธานาธิบดีสหรัฐ ท่ามกลางการประท้วงที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 13 และกลายเป็นการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

โดยคาเมเนอี  ระบุว่า "สาธารณรัฐอิสลามถือกำเนิดจากเลือดของผู้เสียสละหลายแสนคน และจะไม่ยอมถอยให้กับผู้ที่ปฏิเสธความจริงข้อนี้" พร้อมย้ำอีกครั้งต่อหน้าผู้สนับสนุนว่า อิหร่านจะไม่ลังเลในการจัดการกับองค์ประกอบทำลายล้าง

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิหร่านได้ส่งหนังสือถึง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) กล่าวโทษสหรัฐว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยกระดับการประท้วงให้กลายเป็นการก่อวินาศกรรมรุนแรงและการทำลายทรัพย์สินอย่างกว้างขวาง

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ตอบโต้ว่า อิหร่านกำลังเผชิญปัญหาใหญ่ และเตือนว่าจะโจมตีอย่างหนักในจุดที่เจ็บปวด แต่ย้ำว่าการมีบทบาทของสหรัฐไม่ได้หมายถึงการส่งทหารลงภาคพื้นดิน พร้อมระบุว่า สถานการณ์ในอิหร่านกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ กล่าวหาสหรัฐว่า แทรกแซงกิจการภายในของอิหร่าน ผ่านการข่มขู่ ปลุกปั่น และจงใจสร้างความไม่มั่นคง

ขณะที่ผู้นำ สหราชอาณาจักร เยอรมนี และฝรั่งเศส ออกแถลงการณ์ร่วม แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อการใช้ความรุนแรงของกองกำลังอิหร่าน และประณามการสังหารผู้ประท้วง พร้อมย้ำว่ารัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิในการแสดงออกและการชุมนุมโดยสงบ

...

หน่วยงานความมั่นคงและกระบวนการยุติธรรมของอิหร่านออกคำเตือนประสานเสียง ย้ำแนวทางไม่ผ่อนปรน โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่านประกาศจะดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อผู้ประท้วง ซึ่งถูกเรียกว่าเป็นผู้ก่อจลาจลติดอาวุธ

ด้านหน่วยข่าวกรองของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ระบุว่า จะไม่ยอมให้มีการก่อการร้าย และจะเดินหน้าปฏิบัติการจนกว่าแผนของศัตรูจะพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง

การประท้วงเกิดขึ้นอย่างน้อย 67 พื้นที่ทั่วประเทศ มีเหตุไฟไหม้สำนักงานสื่อในเมืองอิสฟาฮาน และภาพรถถูกพลิกคว่ำ และเผากลางกรุงเตหะราน

ทั้งนี้ การชุมนุมเริ่มต้นจากความไม่พอใจด้านเศรษฐกิจ แต่ลุกลามกลายเป็นเสียงเรียกร้องให้ ยุติสาธารณรัฐอิสลาม และบางส่วนถึงขั้นเรียกร้องให้ ฟื้นฟูราชวงศ์ หลังจากที่เรซา ปาห์ลาวี บุตรชายของกษัตริย์อิหร่านพระองค์สุดท้าย เรียกร้องให้ทรัมป์เตรียมพร้อมแทรกแซงเพื่อช่วยประชาชนอิหร่าน พร้อมกระตุ้นให้ประชาชนออกมาชุมนุมต่อเนื่อง

กลุ่มสิทธิมนุษยชนระบุว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 48 คน ในฝั่งผู้ประท้วง และเจ้าหน้าที่ความมั่นคงเสียชีวิตอีก 14 นาย ขณะที่รัฐบาลสั่งตัดอินเทอร์เน็ตเกือบทั้งประเทศ ทำให้ข้อมูลจากพื้นที่จริงถูกปิดตาย โดยองค์กรสิทธิมนุษยชนเตือนว่า การตัดอินเทอร์เน็ตเพิ่มความเสี่ยงต่อการสังหารหมู่ ขณะที่ประชาชนแห่กักตุนอาหาร ตู้เอทีเอ็มใช้การไม่ได้ และการชำระเงินดิจิทัลหยุดชะงัก.

ที่มา : BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อิหร่าน