รัสเซียเปิดฉากระดมโจมตีกรุงเคียฟครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก หลังรัสเซียปฏิเสธแผนสันติภาพล่าสุดที่เสนอโดยชาติตะวันตก พร้อมขู่ทหารยุโรปที่จะเข้ามาประจำการในยูเครนถือเป็น "เป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรม" ขณะที่เมืองลวีฟถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง
ตำรวจกรุงเคียฟของยูเครนเปิดเผยว่า รัสเซียได้เปิดการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ต่อเมืองหลวงของยูเครน ส่งผลให้อาคารอพาร์ตเมนต์หลายแห่งเกิดเพลิงไหม้ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย และบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 24 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัย เหตุโจมตีเกิดขึ้นไม่นานหลังจากรัสเซียปฏิเสธแผนการจัดตั้งกองกำลังรักษาสันติภาพภายหลังสงคราม ซึ่งยูเครนและชาติพันธมิตรตะวันตกเพิ่งเห็นพ้องกัน
ตามแผนดังกล่าว ชาติยุโรปจะส่งกองกำลังเข้าประจำการในยูเครนหลังการหยุดยิง เพื่อรับประกันความมั่นคง อย่างไรก็ตาม รัสเซียซึ่งอ้างว่าการรุกรานยูเครนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2022 มีเป้าหมายเพื่อสกัดการขยายตัวของนาโต ย้ำไม่ยอมรับการมีอยู่ของกองกำลังตะวันตกในยูเครน โดยโฆษกกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย มาเรีย ซาคาโรวา เตือนว่า กองกำลังเหล่านี้จะถือเป็น "เป้าหมายทางทหารที่ชอบธรรม" และโจมตียูเครนพร้อมพันธมิตรสหรัฐฯ และยุโรปว่าเป็น "แกนแห่งสงคราม"
ในกรุงเคียฟ การโจมตีด้วยโดรนหลายระลอกคร่าชีวิตประชาชน 4 ราย โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินที่ถูกสังหารขณะเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ ก่อนพื้นที่จะถูกโจมตีซ้ำ นายกเทศมนตรีวิตาลี คลิตช์โก ระบุว่า หลายย่านไฟฟ้าดับจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธของศัตรูอย่างหนัก
ขณะเดียวกัน ฝั่งรัสเซีย ผู้ว่าการแคว้นเบลโกรอดระบุว่า การโจมตีของยูเครนทำให้ประชาชนกว่า 500,000 คนขาดไฟฟ้าและความร้อน และเกือบ 200,000 คนไม่มีน้ำใช้ หลังโครงสร้างสาธารณูปโภคได้รับความเสียหาย
...
กองทัพยูเครนประกาศเตือนภัยขีปนาวุธทั่วประเทศตั้งแต่เช้ามืดวันศุกร์ (9 ม.ค.) หลังยืนยันว่ามีเครื่องบินทิ้งระเบิดของรัสเซียขึ้นบิน ด้านกองทัพอากาศยูเครนรายงานว่า เมืองลวิฟทางตะวันตกถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียงใกล้เที่ยงคืน ด้วยความเร็วราว 13,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยทางการท้องถิ่นระบุว่าระดับกัมมันตรังสียังอยู่ในเกณฑ์ปกติ
การโจมตีล่าสุดเกิดขึ้นหลังสถานทูตสหรัฐฯ ในยูเครนเตือนถึงความเป็นไปได้ของการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า ขณะที่ยูเครนยังเร่งฟื้นฟูระบบไฟฟ้าและน้ำประปาในหลายภูมิภาคท่ามกลางฤดูหนาวอันหนาวจัด
ด้านการทูต นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ฟรีดริช แมร์ซ ยอมรับว่า ข้อตกลงหยุดยิงยัง “ห่างไกล” จากความเป็นจริง เนื่องจากจุดยืนของรัสเซีย โดยมอสโกเรียกแผนรับประกันความมั่นคงหลังสงครามว่า “อันตรายและทำลายล้าง” ขณะเดียวกัน ประเด็นดินแดนยังเป็นอุปสรรคสำคัญ รัสเซียยืนกรานควบคุมภูมิภาคดอนบาสทั้งหมด ซึ่งยูเครนปฏิเสธ และกองทัพรัสเซียอ้างว่ายึดหมู่บ้านเพิ่มได้อีกแห่งในภูมิภาคดนีโปรเปตรอฟสก์ ท่ามกลางการรุกคืบอย่างต่อเนื่อง.
ที่มา AFP