เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน จากเหตุยิงปะทะที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางในเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น โดยตำรวจพอร์ตแลนด์ระบุว่า ผู้บาดเจ็บเป็นชายและหญิง ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ยังไม่ทราบอาการแน่ชัด เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังเหตุวิสามัญฯ หญิงรายหนึ่งในเมืองมินนิอาโพลิส จนจุดฉนวนประท้วงไล่รัฐบาลทรัมป์ทั่วประเทศ

กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ ยืนยันว่าเกิดเหตุยิงกันที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลาง เมื่อเวลา 14:19 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (8 ม.ค.) ระหว่างการเรียกตรวจรถยนต์ต้องสงสัยในย่านเฮเซลวูด เมืองพอร์ตแลนด์

แถลงการณ์จากกระทรวงฯ ระบุว่า เป้าหมายของการปฏิบัติการครั้งนี้คือชายชาวเวเนซุเอลาซึ่งเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และมีความเชื่อมโยงกับ "Tren de Aragua" แก๊งอาชญากรข้ามชาติที่พัวพันกับขบวนการค้าประเวณีและเหตุยิงกันในพอร์ตแลนด์ก่อนหน้านี้ โดยในจังหวะที่เจ้าหน้าที่แสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น คนขับรถได้ "ใช้รถเป็นอาวุธ" พยายามพุ่งชนเจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางหนี ทำให้เจ้าหน้าที่ตัดสินใจลั่นไกเพื่อป้องกันตัว

หลังถูกยิง รถคันดังกล่าวได้ขับหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไปได้ระยะหนึ่ง ก่อนที่ตำรวจท้องถิ่นจะได้รับแจ้งเหตุและพบรถคันดังกล่าวจอดห่างออกไปหลายช่วงตึก ภายในรถพบชายและหญิง ซึ่งสื่อท้องถิ่นระบุว่าเป็นสามีภรรยากัน ได้รับบาดเจ็บจากบาดแผลกระสุนปืน เจ้าหน้าที่ต้องรีบใช้สายรัดห้ามเลือด  และนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ขณะนี้ยังไม่ทราบอาการที่แน่ชัด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลางภายใต้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เนื่องจากเพิ่งเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ ยิงหญิงรายหนึ่งเสียชีวิตในมินนิอาโพลิส เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ที่ผ่านมา

...

ด้านนายกเทศมนตรีพอร์ตแลนด์ คีธ วิลสัน จากพรรคเดโมแครต ออกมาเรียกร้องให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ยุติการปฏิบัติการทั้งหมดในเมืองทันทีจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น โดยระบุว่า "ยุคสมัยที่เราจะเชื่อคำพูดของรัฐบาลกลางได้เพียงฝ่ายเดียวนั้นมันผ่านพ้นไปนานแล้ว" และกล่าวหาว่ารัฐบาลพยายามสร้างความแตกแยกในชุมชน

ตำรวจเมืองพอร์ตแลนด์ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยิงในครั้งนี้ และขณะนี้ FBI ได้เข้ามาเป็นผู้นำในการสอบสวนคดีแล้ว

ลู เฟรเดอริก สมาชิกวุฒิสภารัฐออริกอน เตือนว่าหากรัฐบาลกลางไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้าร่วมสอบสวน ประชาชนจะไม่เชื่อมั่นในผลการสอบสวนอย่างแน่นอน ขณะที่การประท้วงต่อต้านรัฐบาลทรัมป์ในพอร์ตแลนด์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายงานการจับกุมผู้ประท้วงที่พกพาอาวุธมีดไปข่มขู่ผู้อื่นเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาด้วย.


ที่มา BBC