ผู้แทนทางการทูตของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ประจำสหรัฐฯ เปิดฉากเคลื่อนไหวเชิงรุก พบเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบขาวและสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ หวังกดดันรัฐบาลอเมริกัน เบรกแนวคิดยึดครองกรีนแลนด์ของทรัมป์

แหล่งข่าวจากรัฐบาลเดนมาร์กระบุว่า เยสเปอร์ โมลเลอร์ โซเรนเซน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำกรุงวอชิงตัน และ จาค็อบ อิสบอเซธเซน ผู้แทนสูงสุดของกรีนแลนด์ประจำสหรัฐฯ ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติของทำเนียบขาว เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อหารือกรณีที่ทรัมป์รื้อฟื้นแนวคิดการซื้อหรือยึดกรีนแลนด์ จนถึงขั้นอาจใช้กำลังทางทหาร 

นอกจากการเข้าพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารแล้ว ผู้แทนเดนมาร์กและกรีนแลนด์ยังได้พบกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ หลายรายตลอดสัปดาห์นี้ เพื่อขอแรงสนับสนุนในการโน้มน้าวให้ทรัมป์ ยุติท่าทีแข็งกร้าวต่อกรีนแลนด์

ด้าน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มีกำหนดพบกับเจ้าหน้าที่รัฐบาลเดนมาร์กในสัปดาห์หน้า ซึ่งถูกจับตาว่าอาจเป็นเวทีสำคัญในการคลี่คลายความตึงเครียดทางการทูต

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ The New York Times โดยย้ำจุดยืนว่า สหรัฐฯ ควรเป็นเจ้าของกรีนแลนด์ทั้งเกาะ แทนการอาศัยสนธิสัญญาที่มีอยู่เดิม โดยระบุว่าการเป็นเจ้าของ จะให้อำนาจและศักยภาพบางอย่างที่จะไม่มีวันได้จากแค่การเช่าหรือการทำสนธิสัญญา

ปัจจุบัน สหรัฐฯ และเดนมาร์กมีสนธิสัญญาตั้งแต่ปี 1951 ซึ่งเปิดทางให้สหรัฐฯ สามารถตั้งฐานทัพในกรีนแลนด์ได้ โดยต้องได้รับความยินยอมจากทั้งเดนมาร์กและรัฐบาลท้องถิ่นกรีนแลนด์

ด้าน เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาสนับสนุนท่าทีของทรัมป์ โดยเรียกร้องให้ผู้นำยุโรปจริงจัง กับคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมชี้ว่าประเด็นกรีนแลนด์เกี่ยวข้องโดยตรงกับความมั่นคง

...

ฝั่งรัฐบาลเดนมาร์กแสดงความหวังต่อการเจรจากับสหรัฐฯ โดย ทรอลส์ ลุนด์ โพลเซน รัฐมนตรีกลาโหมเดนมาร์ก ระบุว่า การหารือกับรูบิโอคือบทสนทนาที่จำเป็น และเกิดขึ้นตามคำร้องขอร่วมกันของรัฐบาลเดนมาร์กและรัฐบาลกรีนแลนด์

กรีนแลนด์ ซึ่งกว่า 80% ของพื้นที่อยู่เหนือเส้นอาร์กติกเซอร์เคิล มีประชากรราว 56,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชนพื้นเมืองอินูอิต และถูกมองว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ท่ามกลางการแข่งขันอิทธิพลในภูมิภาคอาร์กติกของมหาอำนาจโลก.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ กรีนแลนด์