การประท้วงใหญ่ในประเทศอิหร่านยืดเยื้อมาถึงวันที่ 12 ติดต่อกัน อินเทอร์เน็ตล่มในหลายเมือง ขณะที่การชุมนุมประท้วงวิกฤตเศรษฐกิจลุกลามทั่วประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า หลายเมืองในประเทศอิหร่านตกอยู่ในสภาวะถูกตัดขาดจากอินเทอร์เน็ตอย่างสิ้นเชิงเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (8 ม.ค. 2569) ขณะที่การประท้วงเรื่องสภาวะทางเศรษฐกิจซึ่งต่อเนื่องมา 12 วันแล้ว ได้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ เพิ่มแรงกดดันต่อคณะผู้นำของอิหร่าน

แม้จะยังไม่แน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อินเทอร์เน็ตถูกตัดขาด แต่ที่ผ่านมาทางการอิหร่านมักจะใช้วิธีปิดระบบอินเทอร์เน็ตเพื่อตอบโต้การประท้วงเป็นประจำ

ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน NetBlocks หน่วยงานเฝ้าติดตามเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต รายงานว่า พบสัญญาณอินเทอร์เน็ตขัดข้องในเมืองเคอร์มานชาห์ทางตะวันตกของประเทศ ในขณะที่เจ้าหน้าที่เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามผู้ประท้วง

ด้านองค์กรสิทธิมนุษยชนอิหร่าน (IHR) ซึ่งมีฐานอยู่ในนอร์เวย์ ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองกำลังความมั่นคงของอิหร่านได้สังหารผู้ประท้วงไปแล้วอย่างน้อย 45 ศพ รวมถึงเด็ก 8 คน นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มขึ้นเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม

บรรดาเจ้าของร้านค้าต่างขานรับคำเรียกร้องจากกลุ่มการเมืองชาวเคิร์ด 7 กลุ่ม ให้มีการหยุดงานประท้วง เมื่อวันพฤหัสบดี โดยมีการปิดร้านค้าในพื้นที่ที่ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวเคิร์ด และในเมืองอื่น ๆ อีกหลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน โดยการประท้วงแผ่ขยายไปถึงทั้ง 31 จังหวัดแล้วเมื่อวันพฤหัสบดี และยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลง

ในจังหวัดฟาร์สทางตอนใต้ ผู้ประท้วงโค่นรูปปั้นของพลเอก คาเซม โซไลมานี่ อดีตผู้บัญชาการระดับสูงของกองกำลังคุดส์ (Quds Force) แห่งกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่านผู้ล่วงลับ เพื่อแสดงพลังต่อต้านรัฐบาล เนื่องจากเขาเป็นบุคคลที่กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลยกย่องให้เป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่

...

IHR ระบุว่า วันพุธที่ผ่านมาถือเป็นวันที่นองเลือดที่สุดของการประท้วง 12 วันที่ผ่านมา พบผู้เสียชีวิตถึง 13 ศพ มีผู้บาดเจ็บอีกหลายร้อยคน และมีผู้ถูกจับกุมไปแล้วมากกว่า 2,000 ราย

อย่างไรก็ตาม สื่อภายในประเทศอิหร่านและแถลงการณ์อย่างเป็นทางการรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง นับตั้งแต่การประท้วงเริ่มต้นขึ้น

นี่นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดที่เกิดขึ้นในอิหร่านในรอบกว่า 3 ปี แม้ว่าขนาดของการชุมนุมจะยังไม่เท่ากับการประท้วง “ผู้หญิง ชีวิต อิสรภาพ” (Woman, Life, Freedom) ในปี 2565 แต่ก็สร้างแรงกดดันให้แก่คณะผู้นำทางการเมืองและความมั่นคงของอิหร่านเป็นอย่างมาก

ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน แห่งอิหร่าน ได้ออกมาเรียกร้องเมื่อวันพฤหัสบดีให้มีการใช้ความอดทนอดกลั้นในการรับมือกับการชุมนุม ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรงหรือการบังคับข่มขู่ใด ๆ พร้อมกระตุ้นให้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด รวมถึงใช้ “การเสวนา การมีส่วนร่วม และการรับฟังข้อเรียกร้องของประชาชน”

ชนวนเหตุของการประท้วง ซึ่งก็คือการอ่อนค่าลงอย่างกะทันหันของสกุลเงินในประเทศและสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำโดยทั่วไป ได้ทำให้รัฐบาลเผชิญกับความยากลำบากในการแก้ไขความคับข้องใจของผู้ประท้วง เนื่องจากค่าเงินยังคงเสื่อมค่าลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รัฐบาลประกาศยกเลิกอัตราแลกเปลี่ยนแบบอุดหนุนสำหรับผู้นำเข้า ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ชีวิตประจำวันกลายเป็นสิ่งที่ชาวอิหร่านแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ไหวมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยราคาอาหารเฉลี่ยพุ่งสูงขึ้นร่วม 70% เมื่อเทียบกับปีก่อน และราคายาเพิ่มขึ้นประมาณ 50% ในช่วงเวลาเดียวกัน

รัฐบาลระบุว่าการแก้ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจที่กำลังรุมเร้าประเทศนั้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกินขีดความสามารถของรัฐบาล และแม้จะพยายามจัดการกับปัญหาคอร์รัปชันและการโก่งราคา แต่รัฐบาลก็มีเครื่องมือในการแก้ปัญหาเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น โดยรัฐบาลกล่าวโทษว่าความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจของประเทศเกิดจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการคว่ำบาตรอันรุนแรงที่ชาติตะวันตกบังคับใช้ต่ออิหร่านเพื่อตอบโต้โครงการนิวเคลียร์


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : the guardian