โดนัลด์ ทรัมป์ เผย สหรัฐฯ อาจเข้าควบคุมดูแลเวเนซุเอลาและควบคุมรายได้จากน้ำมันของประเทศเป็นเวลาหลายปี พร้อมย้ำว่า สหรัฐฯ เข้ากันได้ดีอย่างมากกับรัฐบาลรักษาการของเวเนซุเอลา

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2568 สำนักข่าว นิวยอร์กไทม์ส เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับพวกเขาเป็นนานร่วม 2 ชั่วโมง โดยระหว่างนั้น นายทรัมป์แย้มว่า สหรัฐฯ อาจเข้าควบคุมดูแลเวเนซุเอลาและควบคุมรายได้จากน้ำมันของประเทศเป็นเวลาหลายปี

“เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ ว่าสหรัฐฯ จะควบคุมดูแลเวเนซุเอลาไปนานเพียงใด” นายทรัมป์กล่าว และเมื่อนักข่าวถามว่า จะเป็นเวลา 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี หรือนานกว่านั้น ทรัมป์ตอบว่า “ผมคิดว่าน่าจะนานกว่านั้นมาก”

“เราจะฟื้นฟูประเทศนั้นด้วยวิธีที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาล” ทรัมป์กล่าวถึงเวเนซุเอลา “เรากำลังจะใช้ประโยชน์จากน้ำมัน และเรากำลังจะเข้าไปดูแลทรัพยากรน้ำมัน เรากำลังทำให้ราคาน้ำมันลดลง และเราจะมอบเงินให้กับเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการอย่างมากในตอนนี้”

ทรัมป์กล่าวเสริมด้วยว่า สหรัฐฯ มีความสัมพันธ์ที่เข้ากันได้ดีมาก กับรัฐบาลของประธานาธิบดีรักษาการ เดลซี โรดริเกซ แห่งเวเนซุเอลา ซึ่งเป็นคนสนิทที่ภักดีต่ออดีตประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร มาอย่างยาวนาน และเคยดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี จนกระทั่งนายมาดูโรถูกสหรัฐฯ บุกจับกุมตัวเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

“พวกเขากำลังมอบทุกอย่างที่เราเห็นว่าจำเป็นให้แก่เรา” ทรัมป์กล่าวโดยอ้างถึงรัฐบาลเวเนซุเอลา โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาผู้นำสหรัฐฯ เผยแผนการที่จะกลั่นและจำหน่ายน้ำมันของเวเนซุเอลาจำนวนสูงสุดถึง 50 ล้านบาร์เรล ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกักเอาไว้ในเวเนซุเอลาภายใต้มาตรการปิดกั้นของสหรัฐฯ

...

แต่นายทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบว่า เหตุใดเขาจึงตัดสินใจไม่มอบอำนาจในเวเนซุเอลาให้กับฝ่ายค้าน ซึ่งก่อนหน้านี้รัฐบาลวอชิงตันเคยถือว่าเป็นผู้ชนะที่ชอบธรรมในการเลือกตั้งเมื่อปี 2567

นอกจากนั้น ดูเหมือนว่านายทรัมป์จะผ่อนท่าทีต่อโคลอมเบีย โดยเชิญนาย กุสตาโว เปโตร ผู้นำของโคลอมเบียให้เดินทางเยือนวอชิงตัน หลังก่อนหน้านี้ ทรัมป์ขู่จะใช้กำลังทหารกับโคลอมเบีย และเรียกผู้นำรายนี้ว่าเป็น “คนป่วย”

ทรัมป์โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า “ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พูดคุยกับประธานาธิบดีกุสตาโว เปโตร แห่งโคลอมเบีย ผู้ซึ่งโทรมาอธิบายถึงสถานการณ์ยาเสพติดและความขัดแย้งอื่น ๆ ที่เราเคยมีต่อกัน ผมซาบซึ้งในสายที่โทรเข้ามาและน้ำเสียงของเขา และตั้งตารอที่จะได้พบกับเขาในอนาคตอันใกล้นี้”

ทางด้านเปโตรบรรยายถึงการพูดคุยทางโทรศัพท์ครั้งแรกกับทรัมป์ว่าเป็นไปอย่างฉันมิตร ขณะที่นิวยอร์กไทมส์ระบุว่าการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์และเปโตรกินเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง และดูเหมือนจะช่วยสลายความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะใช้กำลังทหารในทันทีลงได้

ทั้งนี้ ทรัมป์มีกำหนดการเข้าพบกับบรรดาผู้บริหารของบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ที่ทำเนียบขาวในวันศุกร์นี้ (9 ม.ค.) เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเวเนซุเอลา โดยแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับเรื่องนี้ระบุว่า ตัวแทนจาก 3 บริษัทน้ำมันชั้นนำของสหรัฐฯ อันได้แก่ เอ็กซอน โมบิล, โคโนโกฟิลลิปส์ และ เชฟรอน จะเข้าร่วมการประชุม


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : cna