รัฐบาลสหราชอาณาจักรยอมรับว่า มีส่วนช่วยในปฏิบัติการของสหรัฐฯ เพื่อเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงรัสเซียกลางมหาสมุทรแอตแลนติก หลังจากไล่ล่ามานาน 2 สัปดาห์

เมื่อ 7 ม.ค. 2569 นาย จอห์น ฮีลลีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหราชอาณาจักรระบุว่า ได้สนับสนุนความพยายามของสหรัฐฯ ในการเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงรัสเซียในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ รวมถึงการสนับสนุนด้วยเครื่องบินของกองทัพอากาศอังกฤษ

“วันนี้กองทัพสหราชอาณาจักรได้แสดงให้เห็นถึงทักษะและความเป็นมืออาชีพ ในการสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ และสกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมัน ‘เบลลา 1’ (Bella 1) ได้สำเร็จ ในขณะที่เรือลำดังกล่าวกำลังมุ่งหน้าไปยังรัสเซีย”

“ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามร่วมกันทั่วโลก ในการปราบปรามขบวนการฝ่าฝืนมาตรการคว่ำบาตร”

“สหราชอาณาจักรจะยังคงยกระดับการดำเนินการต่อต้านกิจกรรมของ 'กองเรือเงา' (Shadow fleet) ต่อไป เพื่อปกป้องความมั่นคงแห่งชาติ เศรษฐกิจของเรา และเสถียรภาพของโลก เพื่อทำให้สหราชอาณาจักรมีความปลอดภัย ทั้งภายในประเทศและมีความเข้มแข็งในต่างแดน” นายฮีลลีย์กล่าว

ทั้งนี้ กองเรือเงา คือกลุ่มเรือบรรทุกน้ำมันที่มีโครงสร้างเจ้าของไม่ชัดเจน หรือมีการลักลอบเปลี่ยนสัญชาติเรือเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นเรือ เบลลา 1 ตั้งแต่เดือนธันวาคม แต่ทางเรือปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่ขึ้นตรวจค้น ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรือลำดังกล่าวได้เปลี่ยนสัญชาติธงเรือจากประเทศกายอานา ไปเป็นรัสเซียแทน

อีกด้านหนึ่ง ที่การแถลงข่าวในทำเนียบขาวสหรัฐฯ น.ส. แคโรไลน์ ลีวิตต์ เลขาธิการฝ่ายสื่อของรัฐบาลทรัมป์ ถูกถามเรื่องการเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันนี้ โดยลีวิตต์กล่าวว่าเรือเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร และเป็นส่วนหนึ่งของ "กองเรือเงา"

...

ลีวิตต์กล่าวว่า เรือ “มาริเนรา” (Marinera) ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า “เบลลา 1” ถูกศาลออกหมายจับ ก่อนที่สหรัฐฯ จะเข้ายึดเรือดังกล่าวกลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และหมายศาลดังกล่าวยังครอบคลุมถึงลูกเรือที่อยู่บนเรือด้วย ซึ่งพวกเขาอาจถูกดำเนินคดีเมื่อเดินทางมาถึงสหรัฐฯ แล้ว

ส่วนในกรณีของเรือ “โซเฟีย” (Sophia) ที่ถูกยึดในทะเลแคริบเบียน น.ส. ลีวิตต์กล่าวว่า ขณะนี้เรือลำดังกล่าวกำลังถูกพามาสหรัฐฯ โดยมีเรือของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ คอยคุ้มกัน


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc