หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ พยายามเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติรัสเซีย ในมหาสมุทรแอตแลนติก หลังจากไล่ตามมานาน 2 สัปดาห์ โดยอ้างว่าเรือลำนี้กำลังขนน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันพุธที่ 7 ม.ค. 2569 ว่า หน่วยยามฝั่งของสหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันติดธงรัสเซียและมีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาได้แล้ว หลังจากมีการไล่ล่ากันในมหาสมุทรแอตแลนติกนานกว่า 2 สัปดาห์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดเนื่องจากมีเรือดำน้ำและเรือรบของรัสเซียอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
การเข้ายึดครั้งนี้อาจเพิ่มความตึงเครียดกับรัสเซีย โดยเกิดขึ้นหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันซึ่งเดิมชื่อ “เบลลา 1” (Bella 1) แต่ปัจจุบันใช้ชื่อ “มาริเนรา” (Marinera) ได้เล็ดลอดผ่าน “การปิดล้อม” ทางทะเลของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังเรือบรรทุกน้ำมันที่ถูกคว่ำบาตร และขัดขืนความพยายามของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ในการขอขึ้นตรวจเรือ
กองบัญชาการภูมิภาคยุโรปของกองทัพสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า รัฐบาลทรัมป์เข้ายึดเรือลำดังกล่าวเนื่องจากละเมิดมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ
“การปิดล้อมน้ำมันเวเนซุเอลาที่ถูกคว่ำบาตรและผิดกฎหมายยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นที่ใดในโลกก็ตาม” พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุในการตอบกลับโพสต์ของกองบัญชาการภูมิภาคยุโรป
ด้านทางการรัสเซียออกมาประณามสหรัฐฯ อย่างรุนแรงต่อกรณีการเข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันลำดังกล่าว
กระทรวงคมนาคมของรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า “ตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 เสรีภาพในการเดินเรือย่อมมีผลบังคับใช้ในน่านน้ำสากล และไม่มีรัฐใดมีสิทธิใช้กำลังต่อเรือที่จดทะเบียนอย่างถูกต้องภายใต้อำนาจตุลาการของรัฐอื่น”
...
นอกจากนี้ กระทรวงฯ ยังระบุอีกว่า เรือลำดังกล่าวได้รับ “อนุญาตชั่วคราว” ให้เดินเรือภายใต้ธงชาติรัสเซียเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พร้อมเสริมว่า “การติดต่อกับตัวเรือขาดหายไป” หลังจากกองทัพเรือของสหรัฐฯ ได้บุกขึ้นเรือในน่านน้ำสากล ซึ่งอยู่นอกเขตน่านน้ำทางทะเลของรัฐใดๆ
เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ประสงค์ออกนามระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ดำเนินการโดยหน่วยยามฝั่งและกองทัพสหรัฐฯ โดยนี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ที่กองทัพสหรัฐฯ พยายามเข้ายึดเรือที่ติดธงชาติรัสเซีย
เจ้าหน้าที่เสริมว่ามีเรือทางทหารของรัสเซียอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับจุดปฏิบัติการ รวมถึงเรือดำน้ำลำหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ชัดว่าเรือเหล่านี้อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุเพียงใด ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้กับประเทศไอซ์แลนด์
หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ พยายามสกัดกั้นเรือลำนี้ครั้งแรกเมื่อเดือนที่แล้ว แต่ทางเรือปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่ขึ้นตรวจค้น ซึ่งตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เรือลำดังกล่าวได้เปลี่ยนสัญชาติธงเรือจากประเทศกายอานา ไปเป็นรัสเซียแทน
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เผยกับรอยเตอร์สว่า ในอีกเหตุการณ์หนึ่ง หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นเรือบรรทุกน้ำมันอีกลำที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในเขตน่านน้ำละตินอเมริกา ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าบังคับใช้มาตรการ “ปิดล้อม” เรือที่ถูกคว่ำบาตรจากเวเนซุเอลาอย่างต่อเนื่อง
ความเคลื่อนไหวเหล่านี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากหน่วยรบพิเศษของสหรัฐฯ บุกจู่โจมกรุงการากัสช่วงก่อนรุ่งสางของวันเสาร์ที่ผ่านมา เข้าจับกุมตัวประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร และนำตัวเขาไปยังสหรัฐอเมริกา เพื่อดำเนินคดีในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเวเนซุเอลาเรียกการจับกุมตัวมาดูโรครั้งนี้ว่าเป็นการ “ลักพาตัว” และกล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังพยายามขโมยทรัพยากรน้ำมันสำรองมหาศาลของประเทศ ซึ่งคาดการณ์ว่ามีปริมาณมากที่สุดในโลก
ด้านนายทรัมป์กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ โต้กลับ โดยกล่าวหาเวเนซุเอลาว่า ขโมยน้ำมันของสหรัฐฯ สื่อถึงกรณีที่เวเนซุเอลาประกาศโอนกิจการด้านพลังงานของบริษัทเอกชน รวมถึงบริษัทต่างชาติทั้งหมด มาเป็นของรัฐ ในช่วงกว่า 50 ปีที่ผ่านมา
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cna