เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายุติการ "ข่มขู่" กรีนแลนด์ พร้อมระบุว่าแนวคิดที่สหรัฐฯ จะเข้าควบคุมดินแดนกรีนแลนด์นั้นเป็นเรื่องไร้สาระ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สื่อสหรัฐฯ ว่าประเทศของเขา "จำเป็นต้องได้กรีนแลนด์อย่างแน่นอน"
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างเดนมาร์กและสหรัฐอเมริกาพุ่งขึ้นอีกครั้ง เมื่อนางเมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ออกแถลงการณ์ตอบโต้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างรุนแรง โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ หยุดพฤติกรรม "ข่มขู่" กรีนแลนด์ และระบุว่าแนวคิดที่สหรัฐฯ จะเข้ายึดครองกรีนแลนด์นั้นเป็นเรื่องที่ "ไร้สาระสิ้นดี"
ความกังวลเรื่องการผนวกดินแดนกรีนแลนด์ถูกจุดชนวนขึ้นอีกครั้ง หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (3 ม.ค.) กองทัพสหรัฐฯ ได้บุกโจมตีกรุงการากัสเพื่อเข้าควบคุมตัวนายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ซึ่งปัจจุบันถูกคุมตัวอยู่ที่นิวยอร์ก โดยทรัมป์ประกาศว่าสหรัฐฯ จะ "บริหาร" เวเนซุเอลาอย่างไม่มีกำหนดเพื่อขุดเจาะน้ำมันสำรองจำนวนมหาศาล เหตุการณ์นี้สร้างความหวาดผวาให้แก่ชาติพันธมิตรในยุโรปว่า กรีนแลนด์อาจเป็นเป้าหมายถัดไป
โพสต์ปริศนาที่จุดชนวนไฟสถานการณ์ย่ำแย่ลง เมื่อ เคที มิลเลอร์ ภรรยาของ สตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาผู้ทรงอิทธิพลของทรัมป์ ได้โพสต์ภาพเกาะกรีนแลนด์ที่เป็นสีธงชาติสหรัฐฯ บนแพลตฟอร์ม X พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า "SOON" (เร็วๆ นี้) ซึ่ง นายเจนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ระบุว่าเป็นพฤติกรรมที่ "ไม่ให้เกียรติ" และย้ำว่าประเทศของเขาไม่ได้มีไว้ขาย และอนาคตของกรีนแลนด์ไม่ได้ตัดสินผ่านโพสต์ในโซเชียลมีเดีย
ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร The Atlantic และย้ำอีกครั้งบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องได้กรีนแลนด์เพื่อประโยชน์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ เนื่องจากกรีนแลนด์ตั้งอยู่ในพื้นที่อาร์กติก ซึ่งมีความสำคัญทางทหารสูงมาก อีกทั้งยังเป็นแหล่งแร่ธาตุหายากที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมไฮเทค และทรัมป์อ้างว่าเดนมาร์กไม่มีกำลังเพียงพอที่จะดูแลความมั่นคงในพื้นที่นี้ได้
...
ด้านนายเยสเปอร์ โมลเลอร์ โซเรนเซน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐฯ ได้ออกมาเตือนสติสหรัฐฯ ว่า เดนมาร์กเป็นสมาชิกนาโต และได้เพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงในอาร์กติกอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมย้ำว่าทั้งสองประเทศควรปฏิบัติต่อกันในฐานะ "พันธมิตรที่ใกล้ชิด" และเคารพบูรณภาพแห่งดินแดนของกันและกัน
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลทรัมป์เริ่มแต่งตั้งทูตพิเศษประจำกรีนแลนด์และการแสดงท่าทีแข็งกร้าวอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างความไม่พอใจอย่างมากให้แก่ทั้งรัฐบาลเดนมาร์กและสหภาพยุโรปในขณะนี้.
ที่มา AFP