นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ควบคุมการทดสอบยิง ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก รุ่นใหม่ด้วยตนเอง เพื่อยกระดับความพร้อมของกองกำลังนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ สำหรับทำสงครามจริง
สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ KCNA รายงานเมื่อวันจันทร์ (5 ม.ค.) ว่า การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยเปียงยางระบุว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุด ซึ่งเป็นการพาดพิงโดยตรงถึงเหตุการณ์ความตึงเครียดระดับโลกในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกรณีที่สหรัฐจับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา พันธมิตรทางอุดมการณ์ของเกาหลีเหนือ
ด้านเกาหลีใต้และญี่ปุ่นยืนยันว่า ตรวจพบการยิง ขีปนาวุธอย่างน้อย 2 ลูก จากบริเวณใกล้กรุงเปียงยางเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งนับเป็นการทดสอบอาวุธครั้งแรกของเกาหลีเหนือในปีนี้ โดยเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับผู้นำจีน
ผู้นำเกาหลีใต้ระบุว่า หวังใช้บทบาทและอิทธิพลของจีนในการโน้มน้าวเกาหลีเหนือ เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างโซลกับเปียงยางที่อยู่ในภาวะตึงเครียดมาอย่างยาวนาน
...
KCNA อ้างคำกล่าวของคิม จองอึน ว่า การทดสอบครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของกองกำลังนิวเคลียร์แห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี หรือ DPRK พร้อมย้ำว่า เกาหลีเหนือได้บรรลุความก้าวหน้าที่สำคัญ ในการทำให้กองกำลังนิวเคลียร์สามารถใช้งานได้จริง และเตรียมพร้อมสำหรับสงครามในสถานการณ์จริง
คิม จองอึน ระบุด้วยว่า เป้าหมายของการพัฒนาอาวุธดังกล่าว คือการเสริมสร้างศักยภาพการยับยั้งสงครามนิวเคลียร์ให้อยู่ในระดับที่ก้าวหน้ามากขึ้น โดยเหตุผลความจำเป็นของการพัฒนานั้นเห็นได้ชัดจากวิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์และสถานการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนในปัจจุบัน
นักวิเคราะห์มองว่า ปฏิบัติการของสหรัฐในเวเนซุเอลาถือเป็นสถานการณ์เลวร้ายที่สุด สำหรับผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งเคยกล่าวหามาโดยตลอดว่า วอชิงตันมีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศเกาหลีเหนือ
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา เกาหลีเหนือใช้โครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ เป็นเครื่องมือยับยั้งสิ่งที่เปียงยางเรียกว่าความพยายามล้มล้างรัฐบาล จากสหรัฐและพันธมิตร
สำหรับ ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก ซึ่งเกาหลีเหนือเริ่มทดสอบครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เป็นอาวุธที่สามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วมากกว่า 5 เท่าของเสียง และสามารถเปลี่ยนทิศทางได้ระหว่างการบิน ทำให้ระบบป้องกันขีปนาวุธตรวจจับและสกัดกั้นได้ยากยิ่ง
อาวุธประเภทนี้ถูกนำมาใช้จริงในสมรภูมิหลายแห่งในปีนี้ ทั้งโดยรัสเซียในการโจมตีเมืองต่าง ๆ ในยูเครน รวมถึงอิหร่านในการโจมตีอิสราเอล โดยเกาหลีเหนือได้กระชับความสัมพันธ์กับรัสเซียมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา.
ที่มา : channelnewsasia
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีเหนือ