คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ปรากฏตัวพร้อมลูกสาว "คิม จูแอ" ในงานฉลองปีใหม่สุดยิ่งใหญ่ พร้อมกล่าวสุนทรพจน์ยกย่องความสำเร็จในปี 2025 และส่งสารข้ามทวีปถึงทหารเกาหลีเหนือที่สู้รบในยูเครน ชี้เป็นการปกป้องเกียรติภูมิชาติและสร้างพันธมิตรที่ไม่มีวันเสื่อมคลายกับรัสเซีย ท่ามกลางรายงานความสูญเสียอย่างหนักในสนามรบ
สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ ได้เข้าร่วมงานเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ณ สนามกีฬาเมย์เดย์ ในกรุงเปียงยาง ท่ามกลางการแสดงพลุดอกไม้ไฟ เพลงรักชาติ และการสาธิตเทควันโดอย่างตระการตา
ไฮไลต์สำคัญที่ถูกจับตามองคือการปรากฏตัวของ "คิม จูแอ" ลูกสาวที่เชื่อกันว่าเป็นตัวเก็งผู้สืบทอดอำนาจ โดยภาพจากสื่อรัฐบาลเผยให้เห็นเธอนั่งเคียงข้างบิดา จูงมือ และร่วมสวมกอดเด็กๆ ในงานอย่างใกล้ชิด ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการย้ำภาพลักษณ์ความผูกพันของ "สายเลือดแพ็กตู" ต่อสาธารณชนก่อนที่จะมีการประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9 ในช่วงต้นปี 2026 เพื่อกำหนดทิศทางประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า
ในสุนทรพจน์ปีใหม่ คิม จองอึน ได้กล่าวถึงทหารเกาหลีเหนือที่ถูกส่งไปช่วยรัสเซียรบในสงครามยูเครน โดยยกย่องว่าเป็นผู้สร้าง "พันธมิตรที่ไม่มีใครพิชิตได้" พร้อมส่งข้อความให้กำลังใจทหารในสมรภูมิว่า
"ในขณะที่คนทั้งประเทศอยู่ในบรรยากาศรื่นเริง ผมยิ่งคิดถึงพวกคุณที่กำลังต่อสู้อย่างกล้าหาญในสนามรบในดินแดนแปลกถิ่น... เบื้องหลังของพวกคุณคือเปียงยางและมอสโก"
คิมยังกำชับให้ทหารรบเพื่อ "พี่น้องชาวรัสเซีย" และบอกเป็นนัยว่าปี 2026 นี้ จะมีความสำเร็จครั้งใหญ่เกิดขึ้นในสนามรบต่างแดนอีกครั้ง
แม้ภาพที่สื่อรัฐบาลนำเสนอจะดูฮึกเหิม แต่นักวิเคราะห์และหน่วยข่าวกรองตะวันตกกลับชี้ให้เห็นอีกด้านของความจริง โดยคาดการณ์ว่าเกาหลีเหนือส่งทหารไปรัสเซียแล้วนับหมื่นนาย และมีรายงานว่าเสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 600 นาย บาดเจ็บอีกหลายพันคน
...
นอกจากนี้ หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้ยังเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ทหารเกาหลีเหนือได้รับคำสั่งให้ "ฆ่าตัวตาย" ดีกว่ายอมถูกจับเป็นเชลย อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าทหารเกาหลีเหนืออย่างน้อย 2 นายที่ถูกยูเครนจับกุมได้เมื่อช่วงต้นปี 2025 ได้แสดงความจำนงต้องการแปรพักตร์ไปยังเกาหลีใต้
ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันตะวันออกไกลศึกษา มหาวิทยาลัยคยองนัม ระบุว่า การส่งทหารไปรัสเซียกลายเป็น "นโยบายป้องกันประเทศอย่างเป็นทางการ" ไปแล้ว เพื่อแลกกับความช่วยเหลือทางการเงิน เทคโนโลยีทางทหาร อาหาร และพลังงานจากรัสเซีย ซึ่งช่วยให้ระบอบของคิมสามารถเพิกเฉยต่อการกดดันจากสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ได้ต่อไป.
ที่มา Reuters