บัลแกเรีย ซึ่งเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดในสหภาพยุโรป เข้าร่วมยูโรโซนอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ม.ค. 2026 เป็นสมาชิกประเทศที่ 21 แซงหน้าประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่และมั่นคงกว่าอย่างโปแลนด์ สาธารณรัฐเชก และฮังการี ท่ามกลางความเห็นต่างของผู้คน ระหว่างกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจ กับกลุ่มอนุรักษนิยมที่หวั่นภาวะเงินเฟ้อและการสูญเสียอธิปไตยทางค่าเงิน
วันที่ 1 ม.ค. 2026 บัลแกเรียได้ก้าวเข้าสู่หลักไมล์สำคัญด้วยการเป็นประเทศสมาชิกลำดับที่ 21 ของยูโรโซน (Eurozone) อย่างเป็นทางการ โดยเริ่มใช้สกุลเงินยูโรแทนที่เงิน "เลฟ" (Lev) ซึ่งใช้มานานตั้งแต่ปี 1881 การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสุดท้ายในการหลอมรวมบัลแกเรียเข้าสู่โครงสร้างหลักของยุโรป ต่อเนื่องจากการเป็นสมาชิกนาโต, สหภาพยุโรป (EU) และการเข้าร่วมเขตเชงเกน (Schengen)
การเปลี่ยนผ่านแบบคู่ขนานเพื่อให้ประชาชนปรับตัวได้ทัน รัฐบาลบัลแกเรียได้กำหนดให้เดือนมกราคม 2026 เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน โดยร้านค้าจะรับชำระทั้งเงินยูโรและเงินเลฟ แต่ต้องทอนเงินเป็นสกุลยูโรเท่านั้น และตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นไป เงินยูโรจะกลายเป็นสกุลเงินเดียวที่ใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่อยู่ที่ 1 ยูโร ต่อ 1.95583 เลฟ
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความแตกแยกในความคิดเห็นของคนในชาติ 6.5 ล้านคนอย่างเห็นได้ชัด โดยฝ่ายสนับสนุน ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ในเมืองและผู้ประกอบการที่มองว่าเงินยูโรจะช่วยลดต้นทุนธุรกรรม ดึงดูดการลงทุน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ส่วนฝ่ายที่ฝ่ายคัดค้าน เป็นกลุ่มผู้สูงอายุในชนบทและฝ่ายอนุรักษนิยมกังวลว่าการเปลี่ยนสกุลเงินจะทำให้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นจากการปัดเศษตัวเลข และสูญเสียเอกลักษณ์ของชาติ
...
การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นท่ามกลางวิกฤตการเมืองภายใน โดยรัฐบาลผสมของนายกรัฐมนตรีโรเซน เซลยาซคอฟ เพิ่งแพ้คะแนนเสียงไม่ไว้วางใจเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา หลังเกิดการประท้วงต่อต้านงบประมาณปี 2026 นอกจากนี้ ประธานาธิบดีรูเมน ราเดฟ ยังเคยเสนอให้ทำประชามติในเรื่องนี้แต่ถูกปฏิเสธโดยฝ่ายรัฐบาล
เพื่อคลายความกังวลเรื่องการสูญเสียอธิปไตย บัลแกเรียได้เลือกสัญลักษณ์ประจำชาติมาประทับบนเหรียญยูโร โดยเหรียญ 1 ยูโร เป็นรูปนักบุญอีวานแห่งริลา ส่วนเหรียญ 2 ยูโร เป็นรูปไพซิอุสแห่งฮิเลนดาร์นักบวชผู้กอบกู้จิตวิญญาณของชาติ ขณะที่เหรียญเซนต์ เป็นรูปผู้ขี่ม้ามาดารา สัญลักษณ์ของรัฐบัลแกเรียในยุคเริ่มแรก
แม้รัฐบาลจะจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบราคาสินค้าเพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคา แต่บทเรียนจากประเทศสมาชิกก่อนหน้าอย่างเอสโตเนีย ซึ่งเป็นโมเดลประเทศบอลติกที่ประสบความสำเร็จ เทียบกับอิตาลี ที่เผชิญภาวะเศรษฐกิจหยุดนิ่ง ยังคงเป็นประเด็นที่ชาวบัลแกเรียเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิดว่าก้าวสำคัญครั้งนี้จะนำพาประเทศไปในทิศทางใด.
ที่มา BBC