ผู้เชี่ยวชาญชี้แนวคิดขายฝันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะแจกเงินปันผลให้ประชาชนคนละ 2,000 ดอลลาร์ เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และยังไม่มีร่างกฎหมายใดรองรับในสภาคองเกรส
ผู้เชี่ยวชาญออกมาแตะเบรกกันเป็นแถว หลังจากที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาระบุว่าอาจมีการจ่ายเงินปันผล ให้ชาวอเมริกันคนละ 2,000 ดอลลาร์ จากรายได้ภาษีศุลกากร โดยได้โพสต์บน Truth Social เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนว่า "คนที่ต่อต้านภาษีศุลกากรคือพวกโง่! เราจะจ่ายเงินปันผลอย่างน้อย 2,000 ดอลลาร์ต่อคน (ไม่รวมคนรายได้สูง!) ให้กับทุกคน" โดยผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่าแนวคิดนี้แทบไม่มีทางเกิดขึ้นจริงได้ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน
ขณะที่ทรัมป์ยังย้ำแนวคิดนี้อีกครั้งระหว่างให้สัมภาษณ์ในทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน โดยกล่าวว่า "เราจะออกเงินปันผลให้กับประชาชนรายได้กลางและรายได้น้อยคนละประมาณ 2,000 ดอลลาร์ และเราจะนำรายได้ภาษีศุลกากรที่เหลือไปใช้ลดหนี้สาธารณะ ซึ่งถือเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ"
ขณะที่ก่อนหน้านี้ สภาคองเกรสได้มีการเสนอร่างกฎหมายให้จ่ายคืนรายได้ภาษีศุลกากรในรูปแบบ "rebate" แล้วเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่ร่างกฎหมายดังกล่าวไม่ผ่านคณะกรรมาธิการพิจารณา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์พูดถึงแนวคิดแจกเงินโดยตรงให้ประชาชน ก่อนหน้านี้เขาเคยเสนอว่าจะคืนเงินบางส่วนจากงบประมาณที่ตัดลดจากหน่วยงานรัฐบาลภายใต้โครงการ Department of Government Efficiency (DOGE) ซึ่งทำงานโดย อีลอน มัสก์ แต่แนวคิดนั้นก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
โดยคำพูดของทรัมป์ล่าสุดมีขึ้นหลังจาก ศาลฎีกาสหรัฐฯ เริ่มพิจารณาคดีว่ามาตรการภาษีศุลกากรของเขาชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และในขณะที่เขาพยายามฟื้นภาพลักษณ์ด้านเศรษฐกิจหลังพรรคเดโมแครตคว้าชัยชนะในหลายรัฐเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
...
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สก็อต เบสเซนต์ กล่าวในรายการ This Week with George Stephanopoulos ของช่อง ABC News ว่า แนวคิดของทรัมป์อาจไม่ได้หมายถึงการส่งเช็กเงินสดจริงๆ โดยระบุว่า"ผมยังไม่ได้คุยกับประธานาธิบดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เงินปันผล 2,000 ดอลลาร์อาจมาในหลายรูปแบบ เช่น การลดหย่อนภาษีต่างๆ ที่อยู่ในวาระของท่าน เช่น ไม่เก็บภาษีทิป ไม่เก็บภาษีล่วงเวลา ไม่เก็บภาษีเงินประกันสังคม หรือให้หักดอกเบี้ยเงินกู้ซื้อรถได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่มีมูลค่ามหาศาล"
ทั้งนี้ ตามรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ประธานาธิบดีไม่สามารถจ่ายเงินให้ประชาชนได้โดยลำพัง เพราะอำนาจด้านงบประมาณอยู่ในมือของ สภาคองเกรส ตัวอย่างเช่น เช็กเยียวยาที่แจกในช่วงโควิด-19 ก็เป็นมาตรการที่ผ่านการลงมติของสภาทั้งสองก่อนที่ทรัมป์จะลงนามอนุมัติ
ด้านองค์กรไม่แสวงกำไร Committee for a Responsible Federal Budget (CRFB) ประเมินเบื้องต้นว่า หากรัฐบาลจ่ายเงินปันผล 2,000 ดอลลาร์ให้ประชาชนทุกคน จะต้องใช้เงินราว 600,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่รายได้จากภาษีศุลกากรในแต่ละปีอยู่ที่ประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์ เท่านั้น หมายความว่าค่าใช้จ่ายจะสูงกว่ารายได้เท่าตัว
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้เริ่มพิจารณาคดีสำคัญว่าทรัมป์มีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ในการเรียกเก็บ ภาษีศุลกากรในวงกว้างกับสินค้านำเข้ามายังสหรัฐฯ โดยศาลชั้นต้นก่อนหน้านี้ตัดสินว่า ทรัมป์ ใช้อำนาจเกินขอบเขต เมื่ออ้างกฎหมายปี 1977 ที่มีไว้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินในการเก็บภาษีดังกล่าว
หากศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลล่าง รัฐบาลอาจต้องคืนเงินภาษีศุลกากรหลายพันล้านดอลลาร์ ให้กับผู้ประกอบการและผู้นำเข้า.
ที่มา : USAtoday
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์แจกเงิน