ทำเนียบขาวส่งสัญญาณให้หน่วยงานรัฐบาลกลางเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ไม่คาดคิด หากสภาฯ ไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณได้ทันกำหนดเส้นตายที่อาจต้องปิดหน่วยงานรัฐชั่วคราว หรือ "ชัตดาวน์" ในสัปดาห์หน้า ซึ่งอาจส่งผลให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลถูกปลดออกจากตำแหน่งจำนวนมาก แตกต่างจากครั้งก่อนๆ ที่มักเป็นการพักงานชั่วคราว

ทำเนียบขาวได้มอบหมายให้สำนักงานบริหารและงบประมาณ (OMB) จัดทำบันทึกถึงหน่วยงานรัฐบาลเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (24 ก.ย.) เพื่อให้ระบุโครงการและกิจกรรมต่างๆ ที่จะได้รับผลกระทบหากงบประมาณที่ได้รับอนุมัติจากรัฐสภาหมดอายุลงในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ และรัฐสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถออกกฎหมายเพื่อเปิดทำการรัฐบาลต่อไปได้

รายงานจาก OMB ระบุว่า "โครงการที่ไม่ได้เงินสนับสนุนเพิ่มเติม จะได้รับผลกระทบอย่างหนักหากเกิดการชัตดาวน์" ซึ่งเป็นคำกล่าวที่ทำเนียบขาวได้ยืนยันแล้ว

ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าการสั่งการครั้งนี้เป็นความพยายามของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะลดขนาดจำนวนเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล หรือเป็นเพียงแค่กลยุทธ์การเจรจาต่อรองเพื่อบีบให้พรรคเดโมแครตยอมรับร่างกฎหมายงบประมาณของพรรครีพับลิกัน

หน่วยงานต่างๆ ได้รับคำสั่งให้ส่งแผนลดจำนวนพนักงานที่เสนอต่อ OMB และแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า แม้ว่าโดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่กลุ่มนี้อาจได้รับการยกเว้นหรือพักงานชั่วคราวในกรณีที่งบประมาณหยุดชะงัก โดยก่อนหน้านี้ สำนักข่าวโพลิติโกได้รายงานถึงบันทึกฉบับนี้แล้ว

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (23 ก.ย.)  ทรัมป์ได้ยกเลิกการประชุมกับผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสเพื่อหารือเรื่องการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล ส่งผลให้ความเสี่ยงที่จะเกิดการปิดทำการรัฐบาลบางส่วนในสัปดาห์หน้าสูงขึ้น โดยทั้งพรรครีพับลิกันและเดโมแครตต่างโทษกันว่าเป็นต้นเหตุของการหยุดชะงักในครั้งนี้

...

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคม ทรัมป์ได้เริ่มต้นนโยบายลดจำนวนเจ้าหน้าที่พลเรือนของรัฐบาลกลางที่มีอยู่ถึง 2.4 ล้านคน ซึ่งเขามองว่าเป็นจำนวนที่มากเกินไปและไม่มีประสิทธิภาพ

นายสก็อตต์ คูเปอร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารงานบุคคล ระบุในเดือนสิงหาคมว่า จะมีเจ้าหน้าที่พลเรือนของรัฐบาลกลางประมาณ 300,000 คน ลาออกจากตำแหน่งภายในสิ้นปี 2025 โดยในจำนวนนี้มีประมาณ 154,000 คน ที่ตอบรับโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด และมีกำหนดจะออกจากบัญชีเงินเดือนของรัฐบาลสหรัฐฯ ในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของปีงบประมาณของรัฐบาลกลาง และเป็นกำหนดเส้นตายที่ทรัมป์และสภาฯ ต้องบรรลุข้อตกลงเรื่องการใช้จ่ายเพื่อหลีกเลี่ยงการปิดทำการรัฐบาล.


ที่มา Reuters