สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ประกาศแผนลดคาร์บอนครั้งใหญ่ต่อที่ประชุมด้านภูมิอากาศของสหประชาชาติ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงราว 7–10% ภายในปี 2578
วันที่ 24 กันยายน 2568 นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กล่าวต่อที่ประชุมสุดยอดด้านภูมิอากาศระดับสูงของสหประชาชาติ (UN Climate Summit) โดยประกาศแผนลดคาร์บอนครั้งใหญ่ โดยตั้งเป้าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงราว 7–10% ภายในปี 2578 นอกจากนี้จะเพิ่มพลังงานลม และแสงอาทิตย์ 6 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2563 ตลอดจนสร้างสังคมรับมือสภาพภูมิอากาศ ได้อย่างเต็มรูปแบบ
ผู้นำจีนระบุว่า จีนจะผลักดันยานยนต์ไร้มลพิษให้เป็น “กระแสหลัก” และวางแผนสร้าง “สังคมที่ปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศ” ได้อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากที่ผ่านมาจีนได้ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากที่สุดในโลกกว่า 31% ของการปล่อยทั้งหมด
โดยการประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการรวมตัวของผู้นำกว่า 100 ประเทศ ก่อนการเจรจาสำคัญด้านภูมิอากาศโลกที่จะจัดขึ้นที่ประเทศบราซิลในอีกประมาณ 6 สัปดาห์ข้างหน้า
ทางด้านนายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เปิดการประชุมด้วยการย้ำถึง ความเร่งด่วนในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ทั้งถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ เพื่อหยุดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
ด้านนางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ไลเอ็น ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่า สหภาพยุโรปได้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดมากขึ้น ทำให้การปล่อยคาร์บอนลดลงแล้วเกือบ 40% นับตั้งแต่ปี 1940 แม้ยังไม่ได้ประกาศแผนใหม่อย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกันนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เพิ่งโจมตีแนวคิดพลังงานหมุนเวียนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อวันก่อน ก็ถูกผู้นำหลายประเทศพาดพิงอย่างตรงไปตรงมา
...
ทางด้าน นายลูอิซ อินาซีโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล เจ้าภาพการประชุมครั้งต่อไป ย้ำว่า ไม่มีใครปลอดภัยจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำแพงพรมแดนไม่อาจหยุดภัยแล้งหรือพายุได้ ธรรมชาติไม่เคยเกรงกลัวระเบิดหรือเรือรบ และไม่มีประเทศใดอยู่เหนืออีกประเทศหนึ่ง พร้อมเตือนว่าหากพวกเรายอมให้กระแสปฏิเสธความจริงชนะ สุดท้ายเราทุกคนจะต่างเป็นผู้แพ้.