ชายชาวยูเครนโดนจับกุมในอิตาลี ในฐานะผู้ต้องสงสัยร่วมกับพวกวางระเบิดโจมตีท่อส่งก๊าซ นอร์ดสตรีม ใต้ทะเลบอลติก หลายเดือนหลังสงครามในยูเครนเริ่มขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 21 ส.ค. 2568 อ้างการเปิดเผยของอัยการเยอรมนี ว่า ชายชาวยูเครนคนหนึ่งถูกจับกุมตัวที่ประเทศอิตาลี ในฐานะผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดท่อส่งก๊าซ “นอร์ดสตรีม” (Nord Stream) ใต้ทะเลบอลติก หลายเดือนหลังจากที่รัสเซียเริ่มการบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบเมื่อปี 2565

ชายคนนี้ถูกระบุว่าชื่อ เซอร์ฮี เค. ถูกจับกุมที่จังหวัดริมินี ทางตะวันออกของอิตาลี โดยเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนผู้วางระเบิดท่อส่งก๊าซใต้ทะเล “นอร์ดสตรีม 1” กับ “นอร์ดสตรีม 2” ซึ่งส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนี โดยเหตุระเบิดตัดแหล่งก๊าซสำคัญของยุโรป ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเผชิญวิกฤตพลังงานเพราะสงครามในยูเครน

จนถึงตอนนี้ ไม่มีฝ่ายใดยอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดดังกล่าว โดยที่ยูเครนปฏิเสธความเกี่ยวข้อง

ชายชาวยูเครนรายนี้ถูกจับกุมโดยกองกำลังตำรวจทหารแห่งชาติ “คาราบิเนรี” ของอิตาลี ขณะอยู่ที่เมืองรีสอร์ท มิซาโน อาเดรียติโก โดยอัยการระบุว่า ชายคนนี้เป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เช่าเรือยอชต์ เดินทางออกจากเมืองท่ารอสต็อกของเยอรมนีไปก่อเหตุระเบิด ใกล้กับเกาะบอร์นโฮล์ม ของเดนมาร์ก

ทั้งนี้ ท่อส่งก๊าซ 2 ท่อของโครงการนอร์ดสตรีม 1 คอยส่งก๊าซธรรมชาติจากชายฝั่งรัสเซียผ่านใต้ทะเลบอลติกไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนีมาตลอด ส่วนท่อ นอร์ดสตรีม 2 ยังไม่เคยถูกเปิดใช้งาน และเยอรมนียกเลิกการอนุมัติท่อนอร์ดสตรีม 2 ไม่นานก่อนที่สงครามยูเครนจะปะทุขึ้น

หลังจากรัสเซียบุกโจมตียูเครนไม่กี่เดือน พวกเขาก็ปิดท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของชาติยุโรป จากนั้นในวันที่ 26 ก.ย. 2565 เกิดระเบิดหลายครั้งใต้ทะเลบอลติก ทำให้ท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 3 จาก 4 ท่อมีรอยแตก

...

เนื่องจากไม่รู้ว่าคนร้ายเป็นใคร ชาติตะวันตกจึงมุ่งความสงสัยไปยังรัสเซีย ขณะที่มอสโกกล่าวโทษสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร แต่ในรายงานของเยอรมนีที่เผยแพร่ในปี 2567 ชี้ว่า ทีมนักดำน้ำชาวยูเครนเช่าเรือยอชต์และออกเดินทางสู่ทะเลบอลติกเพื่อก่อเหตุระเบิด

หลังจากนั้นในเดือนสิงหาคม 2567 อัยการเยอรมนีก็ออกหมายจับนักดำน้ำชาวยูเครนชื่อ โวโลดีเมียร์ ซี. (Volodymyr Z.)

อัยการเยอรมนีกล่าวในวันพฤหัสบดี (21 ส.ค. 2568) ว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับได้ในจังหวัดริมินีจะถูกนำตัวเข้ารับการไต่สวนก่อนจะถูกส่งตัวมาเยอรมนี

อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงประเทศยูเครน, รัสเซีย หรือชาติอื่นๆ เข้ากับการโจมตีนี้


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc