แรงงานสาวเมียนมาที่ทำงานในร้านราเมนชื่อดังของญี่ปุ่น ยื่นฟ้องศาลเรียกเงินชดเชยค่าแรงกว่า 1.7 ล้านเยน หลังถูกทางร้านหักค่าที่พักจนไม่เหลือเงินเดือน ชี้ละเมิดกฎหมายแรงงานญี่ปุ่น

วันที่ 4 กรกฎาคม 2568 สำนักข่าวของญี่ปุ่น รายงานว่า หญิงชาวเมียนมา วัย 28 ปี ที่ทำงานในร้านราเมนชื่อดังในกรุงโตเกียว ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงโตเกียว เพื่อเรียกร้องค่าแรงและค่าชดเชยรวมประมาณ 1.7 ล้านเยน หรือประมาณ 432,000 บาท จากบริษัทผู้บริหารร้านราเมน "มิสึยะโดะ เซอิเมน" (Mitsuyado Seimen) เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังถูกทางร้านหักเงินเดือนอย่างไม่เป็นธรรมจนเหลือ 0 เยนในเดือนแรกที่ทำงาน

รายงานข่าวระบุว่า หญิงรายนี้เดินทางเข้าญี่ปุ่นเมื่อปลายเดือนมกราคม 2568 ภายใต้โครงการ "แรงงานทักษะเฉพาะทาง" ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลญี่ปุ่นจัดตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางอุตสาหกรรม โดยเธอได้งานที่ร้านราเมน "มิสึยะโดะ เซอิเมน" ในกรุงโตเกียว พร้อมสัญญาว่าจะได้รับค่าจ้างพื้นฐานรวมค่าล่วงเวลาราว 250,000 เยนต่อเดือน หรือประมาณ 126,000 บาท หลังหักค่าประกันและค่าที่พัก คาดว่าจะได้รับเงินสุทธิเกือบ 180,000 เยน

แต่ปรากฎว่าในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นเดือนแรกที่ได้รับเงินเดือนจริง เธอพบว่าบริษัทกลับหักค่าที่พักทั้งหมดที่เคยจ่ายล่วงหน้า ทำให้เธอเหลือรายได้ศูนย์เยน หรือไม่มีเงินเหลือเลย จากนั้นเดือนเมษายนได้เงินเพียง 40,000 เยน หรือประมาณ 9,600 บาท และเดือนพฤษภาคมได้ 120,000 เยน หรือประมาณ 28,800 บาท

จากนั้นเมื่อเธอปฏิเสธไม่ยอมลาออกตามที่บริษัทเสนอ และไม่ยอมคืนค่าที่พัก บริษัทจึงยังคงหักเงินต่อเนื่อง แม้เธอจะร้องขอให้ปรับปรุง แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จนสุดท้ายต้องลาออกในวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมา 

...

ทางด้านทนายความที่ช่วยเหลือชาวต่างชาติในญี่ปุ่นระบุว่า การหักค่าใช้จ่ายจากเงินเดือนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง ถือว่าขัดต่อกฎหมายแรงงานของญี่ปุ่นอย่างชัดเจน

ขณะที่ บริษัทผู้ดำเนินการร้านราเมนมิสึยะโดะ เซอิเม็ง ที่มีสาขาทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศรวม 22 แห่งเปิดเผยกับทีมกฎหมายของแรงงานหญิงรายนี้ว่า การแจ้งให้ลาออกเป็นเพราะเธอไม่เข้าใจเนื้อหาการฝึกอบรม.

ที่มา Mainichi