การเจรจาระหว่างรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกับตัวแทนสหภาพยุโรปจบลงโดยไร้ข้อตกลงหรือความคืบหน้าใดๆ ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลที่ยังคงทวีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยฝ่ายอิหร่านยืนยันว่าอยากเจรจาอีกรอบ แต่จะไม่เจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ จนกว่าอิสราเอลจะยุติการโจมตี

วันที่ 21 มิถุนายน 2568 นายอับบาส อารักชิ  รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุหลังการประชุมกับรัฐมนตรีต่างประเทศของฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร และเยอรมนีที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนว่า อิหร่านจะพิจารณาทางการทูตอีกครั้งก็ต่อเมื่อความรุกรานสิ้นสุดลง และผู้กระทำต้องถูกถือว่ารับผิดชอบต่ออาชญากรรมที่ก่อไว้ พร้อมยืนยันว่าโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีเป้าหมายเพื่อสันติภาพ และความสามารถด้านการป้องกันประเทศของอิหร่านไม่อาจต่อรองได้

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลหลายลูกในวันเดียวกัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 17 คน และอิสราเอลตอบโต้ด้วยการถล่มโรงงานผลิตขีปนาวุธและศูนย์วิจัยในกรุงเตหะราน รวมถึงเป้าหมายทางอุตสาหกรรมในแถบทะเลแคสเปียน โดยอิสราเอลประกาศว่าจะยังไม่ยุติปฏิบัติการ จนกว่า ภัยคุกคามจากอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่านจะถูกขจัด

ด้านนายเดวิด แลมมี รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร กล่าวภายหลังการประชุมว่า อังกฤษเรียกร้องให้อิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจากับสหรัฐฯ และหลีกเลี่ยงไม่ให้สถานการณ์ลุกลามในภูมิภาค ขณะที่รัฐมนตรีฝรั่งเศสและเยอรมนีต่างเห็นพ้องว่าควรเดินหน้าพูดคุยต่อไป แต่ยังไม่สามารถระบุกรอบเวลาหรือข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมได้

ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะตัดสินใจภายในสองสัปดาห์ว่าจะส่งกองทัพสหรัฐฯ เข้าร่วมกับอิสราเอลในการโจมตีเป้าหมายทางทหารและนิวเคลียร์ในอิหร่านหรือไม่ โดยระบุว่ายังเห็นโอกาสในการเจรจาอยู่ แม้จะยอมรับว่าอิหร่านต้องการพูดคุยกับสหรัฐฯ มากกว่ายุโรป.

...