ระเบิดสนั่นกลางเขตก่อสร้างคอนโดฯ ในกรุงโตเกียว ของญี่ปุ่น ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 10 ราย อาคารโดยรอบเสียหายเกือบ 40 หลัง เจ้าหน้าที่พบถังแก๊สอะเซทิลีน ฝังอยู่ใต้ดิน คาดเป็นต้นตอเหตุระเบิด
วันที่ 27 พฤษภาคม 2568 เว็บไซต์ข่าว NHK รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงบริเวณเขตก่อสร้างคอนโดมิเนียม ในย่านฮิงาชิคาไซ เขตเอโดะกาวะ ในกรุงโตเกียว ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นคนงานก่อสร้างและชาวบ้านในพื้นที่ อายุระหว่าง 20-70 ปี บางรายมีอาการเจ็บหูและแสบคอจากแรงอัดและกลิ่นควัน แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บร้ายแรง นอกจากนี้ยังมีอาคารบ้านเรือน ร้านค้า รวมถึงรถบรรทุกในพื้นที่ ได้รับความเสียหายจากแรงระเบิดและเพลิงไหม้
แรงระเบิดทำให้กระจกและกำแพงของร้านสะดวกซื้อใกล้เคียงแตกกระจาย รวมถึงบ้านเรือนและอาคารพาณิชย์ในรัศมี 100 เมตร ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวม 38 หลัง โดยแรงระเบิดยังทำให้รถบรรทุกภายในไซต์ก่อสร้างเกิดไฟลุกไหม้เสียหายทั้งหมด
รายงานข่าวระบุว่า พื้นที่เกิดเหตุอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟคะไซ บนสายโตเกียว เมโทร โตไซ ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่น เต็มไปด้วยคอนโดมิเนียมและบ้านเรือน เบื้องต้นทางการได้ร้องขอให้ประชาชนในละแวกใกล้เคียง อพยพออกจากพื้นที่ ชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย ก่อนจะได้รับอนุญาตให้กลับเข้าที่พักในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
ทางด้านสำนักงานดับเพลิงกรุงโตเกียว เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งเหตุระเบิดในเวลาประมาณ 9.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น และต้องระดมรถดับเพลิงกว่า 30 คัน เข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยใช้เวลานานกว่า 4 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมไฟได้
รายงานข่าวระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบ ถังแก๊สอะเซทิลีน ซึ่งเป็นแก๊สที่ติดไฟง่าย ใช้ในการเชื่อมโลหะ ถูกฝังอยู่ใต้ดินในจุดที่เกิดเหตุ และมีร่องรอยความเสียหายอย่างชัดเจน เชื่อว่าในช่วงที่มีการตอกเสาเข็มลงดินเพื่อก่อสร้างอาคารใหม่ อาจไปกระทบหรือทำให้แก๊สรั่วไหลจนเกิดการระเบิดและไฟลุกลามขึ้น
...
จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนว่าเหตุใดถังแก๊สจึงถูกฝังอยู่ใต้ดิน และเป็นของใคร เนื่องจากไม่มีการระบุไว้ในแผนผังหรือรายงานก่อนหน้า โดยอาจเป็นถังเก่าที่ถูกทิ้งหรือฝังไว้โดยไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นความผิดพลาดในการจัดการวัสดุอันตราย ฝังเพื่อซ่อนถังไว้ใต้ดินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ ในขณะที่หลายฝ่ายจับตามองว่าอาจสะท้อนถึงช่องโหว่ในระบบความปลอดภัยของไซต์ก่อสร้างใจกลางเมืองหลวงของญี่ปุ่น.
ที่มา NHK
ภาพ แฟ้มภาพ