รัสเซียอ้างว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงอาการของ "อารมณ์อ่อนไหวที่ท่วมท้น" เนื่องจากที่เขาเรียกประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่า "บ้าไปแล้ว" หลังจากที่รัสเซียโจมตียูเครนทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุด
รัสเซียอ้างว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ แสดงอาการของ "อารมณ์อ่อนไหวที่ท่วมท้น" เนื่องจากที่เขาเรียกประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ว่า "บ้าไปแล้ว" หลังจากที่รัสเซียโจมตียูเครนทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุด โดยประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวในทรูธ โซเชียล เมื่อวันอาทิตย์ว่า "มีบางอย่างเกิดขึ้น" กับปูติน หลังจากที่รัสเซียสังหารผู้คนไป 13 รายในยูเครนด้วยโดรนและขีปนาวุธ 367 ลูก "เขาบ้าไปแล้วจริงๆ" ทรัมป์กล่าว "ฆ่าคนไปจำนวนมากโดยไม่จำเป็น"
ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกของปูตินกล่าวว่าความคิดเห็นดังกล่าว "เชื่อมโยงกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง"
ขณะเดียวกัน นายฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่าพันธมิตรของยูเครนได้ยกเลิกข้อจำกัดพิสัยการยิงอาวุธที่จัดหาให้ทั้งหมด ท่ามกลางรายงานที่ว่าเขาจะให้ขีปนาวุธทอรัสแก่ยูเครน
ความคิดเห็นของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากที่รัสเซียโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การรุกรานเต็มรูปแบบเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบรายในยูเครน ในช่วงกลางคืนระหว่างวันเสาร์ถึงวันอาทิตย์ หลังจากรัสเซียยิงโดรนและขีปนาวุธ 367 ลูก
ระหว่างเย็นวันอาทิตย์ถึงเช้าวันจันทร์ รัสเซียยิงโดรน 355 ลำโจมตียูเครน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 10 ราย กองทัพอากาศยูเครนกล่าวว่าเป็นการโจมตีด้วยโดรนเพียงอย่างเดียวครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่มีมา
นายเปสคอฟกล่าวว่าการโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดเป็นการตอบโต้ต่อการโจมตีของยูเครนต่อโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมของรัสเซีย กระทรวงกลาโหมรัสเซียกล่าวว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ทำลายโดรนของยูเครน 20 ลำเหนือภูมิภาคหลายแห่งของรัสเซีย
...
โวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่าการโจมตีทางอากาศของรัสเซียไม่มี "เหตุผลทางการทหาร" แต่เป็น "ทางเลือกทางการเมืองที่ชัดเจนโดยปูตินและรัสเซียที่จะดำเนินสงครามต่อไปและทำลายชีวิตผู้คน"
นายกรัฐมนตรีเมิร์ซของเยอรมนี ตอบโต้การโจมตีของรัสเซียเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า "ไม่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับพิสัยการยิงอาวุธที่ส่งไปยังยูเครนอีกต่อไป นั่นหมายความว่าตอนนี้ยูเครนสามารถป้องกันตัวเองได้แล้ว เช่น การโจมตีตำแหน่งทางทหารในรัสเซีย ดยมีข้อยกเว้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งเพิ่งทำไปเมื่อไม่นานนี้เอง ตอนนี้ยูเครนสามารถทำได้แล้ว"
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เซเลนสกีจะเดินทางไปยังกรุงเบอร์ลินในวันพุธนี้ (28 พ.ค.) แม้ว่าจะยังไม่ได้รับการยืนยันก็ตาม
เมื่อปีที่แล้ว สหราชอาณาจักรกล่าวว่ายูเครนมีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะใช้อาวุธที่อังกฤษจัดหาให้ในการป้องกันประเทศ และเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้อนุญาตให้ยูเครนใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลที่สหรัฐฯ จัดหาให้โจมตีรัสเซีย แม้ว่าจะมีข้อจำกัดก็ตาม
ขีปนาวุธทอรัสมีพิสัยการยิงประมาณ 500 กิโลเมตร ซึ่งไกลกว่าระบบอื่นๆ ที่พันธมิตรของยูเครนจัดหาให้มาก รัสเซียกล่าวว่าการจัดหาอาวุธดังกล่าวถือเป็น "การเคลื่อนไหวที่อันตราย"
เมื่อช่วงค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทรัมป์กล่าวถึงปูตินที่นิวเจอร์ซีว่า "ผมรู้จักเขามานานแล้ว เข้ากับเขาได้เสมอ แต่เขากลับยิงจรวดใส่เมืองต่างๆ และสังหารผู้คน และผมไม่ชอบเลย" เขายังกล่าวอีกว่ากำลังพิจารณาเพิ่มการคว่ำบาตรรัสเซียของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเคยขู่ว่าจะทำมาแล้วหลายครั้ง
ไม่นานหลังจากนั้น ทรัมป์โพสต์คำพูด "บ้าๆ" ถึงปูติน พร้อมกับเสริมว่า "ผมเคยพูดเสมอว่าเขาต้องการยูเครนทั้งหมด ไม่ใช่แค่บางส่วน และบางทีนั่นอาจจะจริงก็ได้ แต่ถ้าเขาทำจริง รัสเซียก็จะล่มสลาย!"
แต่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ยังพูดจาแข็งกร้าวถึงเซเลนสกี โดยกล่าวว่าเขา "ไม่ได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศของเขาเลยด้วยซ้ำด้วยการพูดแบบนั้น" "ทุกอย่างที่ออกมาจากปากของเขาทำให้เกิดปัญหา ผมไม่ชอบเลย และมันควรจะหยุดได้แล้ว".
ที่มา BBC
อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign