ผู้นำชาติยุโรปร่วมประชุมชาติพันธมิตรยูเครนที่กรุงเคียฟ และร่วมกันเรียกร้องให้รัสเซียเห็นชอบข้อตกลงหยุดยิงนาน 30 วันอย่างไม่มีเงื่อนไข
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้นำของประเทศฝรั่งเศส, เยอรมนี, สหราชอาณาจักร และโปแลนด์ เข้าร่วมการประชุมของกลุ่มแนวร่วมผู้พร้อมใจจะรักษาสันติภาพในยูเครน (coalition of the willing) ที่กรุงเคียฟ ของยูเครน โดยมีประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี เป็นเจ้าภาพ ขณะที่ผู้นำชาติยุโรปอื่นๆ ร่วมประชุมทางไกล
เหล่าผู้นำออกประกาศเรียกร้องให้ผู้นำรัสเซียยอมทำข้อตกลงหยุดยิงกับยูเครนเป็นเวลา 30 วัน หลังจากพวกเขาโทรศัพท์พูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้จุดประเด็นเรื่องการหยุดยิงอย่างไม่มีเงื่อนไข เพื่อหารือเรื่องแผนดังกล่าว และเหล่าผู้นำขู่รัสเซียว่าจะมีการคว่ำบาตรขนาดใหญ่ หากไม่ยอมทำตาม
เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักรกล่าวในงานแถลงข่าวเคียงข้างนายเซเลนสกี, นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส, นายโดนัลด์ ทุสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ และนายฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของเยอรมนี ว่า เป้าหมายของกลุ่มแนวร่วมคือการแสดงให้เห็นว่า “การรุกรานจะไม่มีวันได้รับชัยชนะในทวีปของเรา”
“เมื่อการหยุดยิงบรรลุแล้ว ซึ่งต้องใช้เวลาสักพัก แต่มันจะเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเชื่อมต่อเศรษฐกิจของยูเครนอีกครั้ง เพิ่มความมั่นใจในการลงทุน และช่วยให้ครอบครัวที่ต้องแยกจากกันเพราะสงคราม กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง” เซอร์ สตาร์เมอร์บอกกับผู้สื่อข่าว
ด้านนายเซเลนสกีกล่าวว่า “ขอบคุณทุกคนที่ยืนหยัดร่วมกันกับเรา วันนี้เราจะมุ่งเน้นในการหาทางสร้างและรับประกันความมั่นคงอย่างยั่งยืน”
...
ทั้งนี้ สหรัฐฯ พยายามเป็นตัวกลางเจรจาให้รัสเซียกับยูเครนทำข้อตกลงหยุดยิงโดยเร็ว นับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 โดยเสนอให้มีการหยุดยิงระหว่างกันเป็นเวลา 30 วัน แต่จนถึงตอนนี้ รัสเซียยังคงตั้งเงื่อนไข รวมถึงขอให้ชาติตะวันตกหยุดส่งความช่วยเหลือทางทหารให้ยูเครนก่อน จึงจะมีการหยุดยิงได้
แต่นายเซเลนสกียืนยันว่า การหยุดยิงควรเป็นไปแบบไม่มีเงื่อนไข “ความพยายามผลักดันเงื่อนไขใดๆ เป็นหลักฐานแสดงให้เห็นความตั้งใจจะทำให้สงครามยืดเยื้อ และบ่อนทำลายวิธีทางการทูต”
ส่วนนายมาครงกล่าวว่า สหรัฐฯ จะเป็นผู้สังเกตการณ์หลักของการหยุดยิงดังกล่าว หากมันเกิดขึ้น โดยที่ชาติยุโรปจะคอยช่วยเหลือ และหากมีการละเมิดการหยุดยิง ทั้งยุโรปและอเมริกาจะร่วมมือกันออกมาตรการคว่ำบาตรขนานใหญ่
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : bbc