สถานการณ์ระหว่างอินเดียกับปากีสถานยังคงคุกรุ่น หลังทั้งสองฝ่ายโจมตีตอบโต้กันในช่วงวันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบศพ บาดเจ็บอีกเกือบร้อยคน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างอินเดียกับปากีสถานยังคงพุ่งสูง หลังอินเดียเปิดฉากโจมตีปากีสถานเมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 7 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา อ้างว่าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้าย 9 จุดในปากีสถานและในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานควบคุม
รัฐบาลปากีสถานปฏิเสธคำกล่าวอ้างของอินเดีย ที่ว่ามีค่ายของผู้ก่อการร้ายในประเทศของพวกเขาพร้อมบอกด้วยว่า การโจมตีของอินเดียตกใส่สถานที่ 6 แห่งรวมถึงเขตพลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ศพ บาดเจ็บอีก 46 ราย แต่กองทัพของพวกเขาก็สามารถยิงทำลายเครื่องบินรบของอินเดียได้ 5 ลำ
ฝ่ายอินเดียไม่ได้ออกมายอมรับหรือปฏิเสธในเรื่องนี้ ขณะที่มีคลิปวิดีโอที่ยังไม่ได้รับการยืนยันถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพที่อ้างว่าเป็นซากชิ้นส่วนจากเครื่องบินรบของอินเดียที่ถูกยิงตกในแคชเมียร์
อินเดียอ้างด้วยว่า ไม่มีรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตในปากีสถาน แต่ปืนใหญ่ที่ฝ่ายปากีสถานยิงตอบโต้มา ตกใส่พื้นที่พลเรือนในเขตพูนช์ (Poonch) กับเขตทังดาร์ (Tangdar) ในแคว้นแคชเมียร์ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 15 ศพ บาดเจ็บอีก 43 ราย
มีรายงานด้วยว่า เที่ยวบินในอินเดียกับปากีสถานถูกยกเลิกเกือบ 550 เที่ยวบินนับตั้งแต่เกิดการโจมตี โดยตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามการบิน Flightradar24 เที่ยวบินพาณิชย์ในปากีสถาน 16% กับในอินเดีย 3% ถูกยกเลิก
อย่างไรก็ตาม สำนักงานการบินปากีสถานยืนยันในเวลาต่อมาว่า สนามบินในปากีสถานยังให้บริการได้ตามปกติและน่านฟ้าก็ยังเปิดอย่างเต็มที่
...
ขณะเดียวกัน หลายประเทศออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน โดยนายฌอง-โนล แบร์รอต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศส เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายอดทนอดกลั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ และเพื่อปกป้องพลเรือน
ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของรัสเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขากังวลอย่างยิ่งต่อการเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงขึ้นระหว่างอินเดียกับปากีสถาน และพวกเขาหวังว่าความไม่เห็นด้วยระหว่างทั้งสองฝ่ายจะได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี