รัฐบาลรัสเซียยืนยันยังทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ต่อไป หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเปิดเผยว่าเขาโกรธนายปูตินมากเรื่องยูเครน

เมื่อ 31 มี.ค. 2568 รัฐบาลเครมลินออกมาพูดถึงกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ บอกว่าโกรธนายวลาดิเมียร์ ปูตินมากที่ไม่ให้ความร่วมมือในการเจรจายุติสงครามในยูเครนเป็นครั้งแรก โดยระบุว่ารัสเซียจะยังคงทำงานร่วมกับสหรัฐฯ ต่อไป

รัฐบาลเครมลินพยายามลดความตึงเครียดระหว่างผู้นำทั้งสองคนลงโดยระบุว่า “เราจะทำงานร่วมกับฝ่ายสหรัฐฯ ต่อไป โดยอย่างแรกคือเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน” นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียกล่าว และเสริมว่านายทรัมป์กับนายปูตินไม่มีแผนจะโทรศัพท์คุยกันในสัปดาห์นี้ แต่นายปูตินพร้อมคุยหากจำเป็น

ทั้งนี้ คำพูดของนายเปสคอฟเกิดขึ้นหลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ บอกกับสำนักข่าวเอ็นบีซี นิวส์ ในวันอาทิตย์ (30 มี.ค.) ว่าเขาโกรธนายปูตินที่โจมตีความน่าเชื่อถือของนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน และขู่จะตั้งกำแพงภาษีประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซียในอัตราสูงถึง 50% หากข้อตกลงหยุดยิงไม่เกิดขึ้น

นี่นับเป็นการเปลี่ยนท่าทีที่นายทรัมป์มีต่อนายปูตินอย่างสิ้นเชิง หลังจากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กับรัสเซียพยายามเจรจาเพื่อหาทางบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงครามในยูเครน ซึ่งในระหว่างนั้น นายทรัมป์มักกล่าวโจมตีผู้นำยูเครนอย่างนายเซเลนสกี ไม่ใช่นายปูติน

แต่ความไม่พอใจของนายทรัมป์ปะทุขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากนายปูตินเปรยเรื่องการตั้งรัฐบาลชั่วคราวในยูเครน ภายใต้การสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ เพื่อหาประธานาธิบดีคนใหม่แทนนายเซเลนสกี ซึ่งนายทรัมป์ไม่เห็นด้วยและบอกกับเอ็นบีซี นิวส์ ว่าการเปลี่ยนผู้นำใหม่หมายความว่าจะไม่มีข้อตกลงระยะยาว

...

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc